#ลงทุนแนวปัจจัยพื้นฐาน
#ข่าวหุ้นธุรกิจการลงทุน

สรุปการเติบโตของ SCGD ธุรกิจสุขภัณฑ์ กำลังจะทำให้บริษัทเติบโต

โดย stock2morrow
เผยแพร่:
1,281 views

เป็นหุ้น IPO ตัวใหญ่ที่สุดของปีนี้ สำหรับ SCGD หรือ บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) 
ดูผิวเพิน จะเห็นว่า SCGD ก็คือ "หุ้นกระเบื้อง" ที่ไม่ได้มีความน่าสนใจเท่าไรนัก
แต่ถ้าเราเจาะลึกทั้งบริษัท จะพบว่า SCGD ไม่ได้มีดีแค่กระเบื้องอย่างเดียว แต่มีธุรกิจหลัก ถึง 3 อย่างด้วยกัน คือ 
1. ธุรกิจตกแต่งพื้นผิว 
2. ธุรกิจสุขภัณฑ์และ 
3. ธุรกิจอื่น เช่น ธุรกิจให้บริการนิคมอุตสาหกรรม
ยิ่งไปกว่านั้น SCGD ยังเป็นผู้นำในธุรกิจตกแต่งพื้นผิวและสุขภัณฑ์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อีกด้วย

ถึงแม้ว่า การเข้าตลาดมาของ SCGD จะไม่ได้หวือหวาเท่าไรนัก (ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดี ...) 
แต่ถ้าเรามองไปในอนาคต จะเห็นว่า SCGD มีศักยภาพมากเพียงพอที่จะเติบโตได้ในอนาคต
โดยจุดแข็งของ SCGD จะประกอบไปด้วย 6 ส่วนด้วยกัน คือ
1. เป็นผู้นำตลาดกระเบื้องเซรามิกและสุขภัณฑ์ ในภูมิภาคอาเซียน
2. แบรนด์สินค้าเป็นที่รู้จัก และได้รับการยอมรับในคุณภาพ
3. มีทีมออกแบบ และทีมผู้บริหารที่มีความเชี่ยวชาญ
4. มีความเป็นเลิศด้านคุณภาพ
5. มีความสามารถในการเข้าถึงลูกค้า มีร้านค้าปลีกเป็นของตนเอง และช่องทางการจัดจำหน่ายที่ทั่วถึง
6. การเติบโตยั่งยืน ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และให้ความสำคัญกับ ESG


คำถาม คือ การเติบโตของ SCGD อยู่ตรงไหน ?
คำตอบ คือ ธุรกิจสุขภัณฑ์ กำลังสร้างโอกาสการเติบโตให้กับ SCGD

บทวิเคราะห์หลักทรัพย์กสิกรไทย วิเคราะห์ว่า ธุรกิจตกแต่งพื้นผิวแตะระดับต่ำสุดแล้ว ขณะที่ธุรกิจสุขภัณฑ์เป็นปัจจัยหนุน
ฝ่ายวิจัยเชื่อว่ายอดขายสินค้าตกแต่งพื้นผิวจะดีขึ้นตั้งแต่ครึ่งหลังปีนี้เป็นต้นไป
เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อเริ่มปรับลดลง 
กลุ่มท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวขึ้น
และราคาสินค้าเกษตรที่เพิ่มขึ้นจากปรากฎการณ์เอลนีโญ 
ขณะเดียวกัน ฝ่ายวิจัยยังเชื่ออีกว่าธุรกิจสุขภัณฑ์ของ SCGD จะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตในอนาคต 
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การทำงานร่วมกับดีลเลอร์และพันธมิตรในต่างประเทศทั้งในเวียดนาม ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียเพื่อใช้ประโยชน์จากช่องทางการจัดจำหน่าย

นอกจากนี้ แนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมอยู่ระดับปานกลาง
โดยเฉพาะตลาดวัสดุก่อสร้างในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปี 2566 จะเติบโตช้าลงจากอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่สูง 
ฝ่ายวิจัยมองว่า คาดว่าอุปสงค์จะกลับเข้ามาตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นไปจากราคาสินค้าเกษตร อุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการบริโภคที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในต่างประเทศที่จะเติบโตได้ดีกว่าในประเทศ

 

 

มองไปข้างหน้า ฝ่ายวิจัยเชื่อว่า ผลประกอบการของ SCGD จะเติบโต
โดย CAGR จะอยู่ในระดับสูงถึง 15% ในปี 2566 จนถึงปี 2568 หนุนจาก 4 ปัจจัยหลักด้วยกัน คือ 
1. การมี Economy of Scale จากการผลิตที่มากขึ้นหลังอุปสงค์ฟื้นตัว
2. ราคาก๊าซธรรมชาติที่ลดลงมากซึ่งส่งผลให้ต้นทุนการผลิตลดลง
3. ราคาขายเฉลี่ย (ASP) ที่คาดจะยังอยู่ในระดับสูงจากคู่แข่งที่น้อยลงและสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้นจากยอดขายสินค้ามูลค่าเพิ่มและโซลูชั่นที่มีสัดส่วนมากขึ้น
4. รายได้จากธุรกิจสุขภัณฑ์ที่เติบโตเร็วขึ้นซึ่งมีอัตรากำไรมากกว่าธุรกิจตกแต่งพื้นผิว

 

โดยสรุป ฝ่ายวิจัยชอบ SCGD เพราะเป็นผู้นำในธุรกิจตกแต่งพื้นผิวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
และยังมีศักยภาพในการเพิ่มการเติบโตให้กับธุรกิจสุขภัณฑ์ซึ่งมีอัตรากำไรสูง

ทั้งนี้ การขาย IPO เมื่อไม่นานมานี้ จุดประสงค์ คือ เพื่อเพิ่มการเติบโตให้กับธุรกิจและชำระคืนหนี้สิน
และการจ่ายคืนหนี้จะทำให้งบดุลของ SCGD แข็งแกร่งมากขึ้น ดอกเบี้ยจ่ายลดลง 
มีแนวโน้มจะช่วยเพิ่มศักยภาพการเติบโต และทำให้การบริหารงานคล่องตัวขึ้นมากในอนาคต ...

------------------------------------------------------------------------------
Reference
บทวิเคราะห์หลักทรัพย์กสิกรไทย

สรุปข้อสนเทศบริษัทจดทะเบียน  : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย


ศูนย์รวมความรู้เรื่องหุ้น ศูนย์รวมนักลงทุนรายย่อย ที่อยากรู้วิธีการลงทุนในหุ้นอย่างถูกต้องและได้กำไรอย่างยั่งยืน ติดตามเราได้ที่

www.stock2morrow.com 

FB: stock2morrow 

LINE@stock2morrow

FacebookInstagramYoutubeLine

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง