การมีเป้าหมายทางการเงิน เป็นเรื่องที่ดี
การออมเงิน เป็นเรื่องที่ดี
การมีสินทรัพย์ มากกว่า หนี้สินเป็นเรื่องที่ดี
และเป็นเรื่องปกติที่คนวางแผนการเงินควรจะทำตั้งแต่อยู่ในวัยทำงาน
แต่รู้หรือไม่ว่า มีคนบางกลุ่มที่รู้สึกว่า "เก็บเงินเท่าไรก็ไม่พอใจสักที เก็บจนเครียด"
หรือมีเงินเก็บจำนวนมาก แต่ไม่กล้านำเงินมาใช้ หรือซื้อของฟุ่มเฟื่อยที่ตัวเองต้องการ
เราเรียกภาวะนี้ว่า "Money Dysmorphia" หรือพูดง่ายๆ คือ อาการเก็บเงินจนเครียด
พวกเขาจะไม่ยอมนำเงินเก็บออกมาใช้จ่ายเลย ซึ่งในบางครั้งก็อาจไม่กล้าใช้จ่ายในเรื่องจำเป็นเสียด้วยซ้ำ
เช่น การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีราคาค่อนข้างสูงแต่คุณภาพดี หรือซื้ออาหารที่มีคุณภาพสูงที่มีราคาสูงตามไปด้วย
เนื่องจากมองว่าเป็นเรื่องสิ้นเปลืองและเลือกที่จะเก็บเงินไว้ดีกว่า จนนำไปสู่ความเครียดเนื่องจากไม่กล้าใช้จ่ายอะไรเลยในที่สุด
โดยสาเหตุที่ทำให้เรามีอาการ Money Dysmorphia นั้น หลัก ๆ แล้ว อาจจะมาจาก 3 สาเหตุ
1.กังวลกับสถานะทางการเงิน ของตนเองในอนาคต มากจนเกินไป
เพราะเรากลัวว่า อาจจะมีเหตุการณ์บางอย่างในอนาคต เช่น เจ็บป่วยหนัก ต้องใช้เงินในการรักษาจำนวนมาก จนทำให้เงินที่เราเก็บไว้ไม่พอใช้ เราจึงไม่กล้าที่จะใช้จ่ายเงิน เพราะกลัวไม่มีเงินไว้ใช้ในอนาคต
2.กดดันตัวเองมากเกินไป
ปัจจุบันหลายคนเริ่มหันมาเก็บเงินทีละมากๆ ในแต่ละเดือน เพื่อความสะดวกสบายในชีวิตหลังเกษียณ และในปัจจุบันหลายคนเลือกจะเกษียณตัวเองตั้งแต่อายุยังน้อย ทำให้คนที่มีภาวะ Money Dysmorphia อยู่แล้ว ก็ยิ่งกดดันตัวเองมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว และยิ่งไม่กล้าใช้เงินเพื่อความสุขของตัวเองมากขึ้น
3.มีประสบการณ์ที่ไม่ดีเกี่ยวกับการใช้เงิน
หากใครที่เคยมีประสบการณ์ไม่ดีเกี่ยวกับการเงินในอดีต เช่น เคยมีหนี้สินเป็นจำนวนมาก และต้องใช้เวลานานกว่าจะทยอยจ่ายจนหมด เคยติดหนี้บัตรเครดิต ติดเครดิตบูโร หรืออาจเคยอยู่ในครอบครัวที่ยากจนมาก่อนจนมีชีวิตวัยเด็กที่ยากลำบาก
คำถาม คือ ถ้าเรารู้สึกว่ามีอาการเหล่านี้ จะทำอย่างไรดี ?
คำตอบที่ดีที่สุด คือ การปรึกษาจิตแพทย์ หรือนักจิตวิทยา เพื่อช่วยให้อาการของเราดีขึ้น
และมีความสุขกับปัจจุบัน
จริงๆแล้วอาการ Money Dysmorphia ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว และปัจจุบันคนก็ยิ่งมีความกังวลกันมาก
เพราะคิดว่า ยิ่งเราเก็บเงินมากเท่าไรยิ่งดีเท่านั้น และไม่แน่ใจว่าต้องเก็บเท่าไรจึงจะพอ
เลยตั้งหน้าตั้งตาเก็บเงินอย่างเดียว โดยไม่ได้สนใจความสุขในปัจจุบันเลย
การเก็บเงิน หรือสำรองเงินไว้ใช้จ่าย 3-6 เดือน เป็นความคิดที่ดี
แต่เราต้องไม่ลืมว่า ระหว่างทาง (ที่เรายังมีชีวิตอยู่) การเก็บเกี่ยวความสุขเล็กๆน้อยๆ หรือซื้อสิ่งของฟุ่มเฟื่อยเพื่อมาเติมเต็มจิตใจ
พูดง่ายๆ คือ การซื้อรางวัลให้กับตัวเอง ก็ถือเป็นความสุขที่เราพอจะทำได้
อยู่กับปัจจุบันอย่างมีความสุข คือเรื่องที่สำคัญ ที่สุดครับ ...
- กองทุนปันผล Vs. ไม่ปันผล แบบไหนดีกว่ากัน ?
- ESG Fund กองทุนประหยัดภาษี ความหวังตลาดหุ้นไทยให้กลับมาบวกได้
- 4 ทักษะทางการเงิน ที่เราจำเป็นต้องมี
------------------------------------------------------------------------------
Reference
https://www.timevaluemillionaire.com/money-dysmorphia/
https://brandinside.asia/money-disorder-checklist/
https://www.moneylabstory.com/8166
https://www.cnbc.com/2023/11/13/money-dysmorphia-could-be-keeping-you-from-building-wealth.html