โบรกเผยทิศทางหุ้นกลุ่มพลังงานปี 69 เผชิญซัพพลายล้น ด้านก๊าซขาลง
- คาดการณ์ปี 2569 อุปทานน้ำมันจะล้นตลาดจากการเพิ่มกำลังการผลิตของกลุ่ม OPEC+ และ Non-OPEC ซึ่งจะจำกัดการปรับขึ้นของราคาน้ำมัน
- ราคาก๊าซธรรมชาติมีแนวโน้มอ่อนตัวลงจากอุปทาน LNG ใหม่ที่เข้าสู่ตลาดจำนวนมาก โดยเฉพาะจากกาตาร์และสหรัฐอเมริกา
- กลุ่ม ปตท. และโรงไฟฟ้า (GPSC) จะได้รับประโยชน์โดยตรงจากต้นทุนก๊าซที่ลดลง ซึ่งช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน
- กลุ่มโรงกลั่นอาจมีส่วนต่างราคาการกลั่น (มาร์จิน) ที่อ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า หากไม่มีปัจจัยหนุนชั่วคราว
- กลุ่มปิโตรเคมียังไม่เห็นสัญญาณฟื้นตัวที่ชัดเจน เนื่องจากยังคงเผชิญปัญหาอุปทานส่วนเกินที่กดดันราคาอย่างต่อเนื่อง
ทิศทางตลาดพลังงานโลกกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อฝั่งซัพพลายเริ่มกลับมามีน้ำหนักมากกว่าดีมานด์ หลัง OPEC+ ส่งสัญญาณทยอยคืนกำลังการผลิต ขณะที่ก๊าซธรรมชาติทั่วโลกเผชิญแรงกดดันจากซัพพลายใหม่จำนวนมาก ภาพดังกล่าวไม่เพียงจำกัดอัพไซด์ราคาน้ำมันในปี 2569 แต่ทว่ายังเริ่มสะท้อนการคัดเลือกผู้ได้ประโยชน์ภายในกลุ่มพลังงานไทยอย่างชัดเจน ตั้งแต่ ปตท. โรงไฟฟ้า ไปจนถึงโรงกลั่นและปิโตรเคมี
อมรรัตน์ ชีวะวิชวาลกุล รองผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI เปิดเผยว่า หลังจากที่กลุ่ม OPEC+ เริ่มลดกำลังการผลิตตั้งแต่ปี 2022 และแบ่งเป็น 3 ระยะ ขณะนี้การลดกำลังการผลิตระยะแรกได้สิ้นสุดลงแล้วตั้งแต่เดือนกันยาย 2568 ที่ผ่านมา ส่วนในระยะถัดไป คาดว่าจะเริ่มเห็นการเพิ่มกำลังการผลิตกลับเข้าสู่ตลาด แม้ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 อาจเพิ่มเพียงเล็กน้อย แต่ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2569 เป็นต้นไป มีโอกาสเพิ่มการผลิตอย่างต่อเนื่อง คิดเป็นปริมาณราว 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ขณะเดียวกัน การผลิตจากกลุ่ม Non-OPEC ยังคงเป็นอีกแรงหนุนสำคัญต่อซัพพลาย โดยในปี 2568 เพิ่มขึ้นประมาณ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน แม้ปี 2569 การเติบโตอาจชะลอลง แต่ยังคงช่วยเสริมอุปทานในตลาด ทั้งนี้ คาดว่าซัพพลายน้ำมันจะเพิ่มขึ้นราว 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะที่อุปสงค์เพิ่มขึ้นเพียงประมาณ 700,000-900,000 บาร์เรลต่อวัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันมีกรอบการปรับขึ้นจำกัด
ด้านราคาก๊าซธรรมชาติ ปี 2569 มีแนวโน้มอ่อนตัวลง จากซัพพลาย LNG ใหม่ที่เข้าสู่ตลาด โดยเฉพาะโครงการจากกาตาร์และสหรัฐฯ รวมถึงนโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่สนับสนุนให้ประเทศในเอเชียนำเข้าก๊าซมากขึ้น ปัจจัยดังกล่าวจะกดดันราคา Benchmark ของตลาดเอเชียให้ลดลง
"แนวโน้มดังกล่าวถือเป็นผลบวกต่อกลุ่ม ปตท.เนื่องจากก๊าซเป็นต้นทุนหลักของธุรกิจ ช่วยให้ต้นทุนโดยรวมลดลง นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยบวกจากในประเทศ หลังจากกระทรวงพลังงานอนุมัติการปรับโครงสร้างราคาก๊าซ ซึ่งคาดว่า จะช่วยลดต้นทุนโรงแยกก๊าซของ ปตท. ได้ราว 7,000 ล้านบาทต่อปี ขณะเดียวกัน กลุ่ม GPSC ซึ่งเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าแบบ IPP และ SPP ก็มีแนวโน้มได้รับอานิสงส์จากต้นทุนเชื้อเพลิงที่ลดลงเช่นกัน"
สำหรับกลุ่มโรงกลั่น คาดว่าส่วนต่างราคาการกลั่นในปี 2569 อาจอ่อนตัวลงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับปี 2568 หลังจากไตรมาส 3–4 ของปี 2568 ได้รับแรงหนุนชั่วคราวจากการที่รัสเซียลดการผลิตจากเหตุโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน หากสถานการณ์ดังกล่าวไม่เกิดขึ้นในปี 2569 และกำลังการผลิตกลับสู่ภาวะปกติ มาร์จินอาจลดลงได้
ส่วนกลุ่มปิโตรเคมี ประเมินว่า ยังไม่เห็นสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน เนื่องจากปัญหาซัพพลายส่วนเกินที่ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แม้ตลาดจะคาดหวังว่าจีนและเกาหลีใต้จะลดกำลังการผลิต แต่มาตรการที่จีนประกาศในช่วงที่ผ่านมาไม่เป็นไปตามที่ตลาดคาด ส่งผลให้แรงกดดันด้านราคายังคงอยู่
ที่มา.. https://www.bangkokbiznews.com/finance/stock/1214636