ห้องเม่าปีกเหล็ก

จับตา GDP ท่ามกลางปริมาณการซื้อขายที่เบาบาง

โดย I am
เผยแพร่ :
64 views

Portfolio Strategy (16 Feb - 20 Feb 2026) จับตา GDP ท่ามกลางปริมาณการซื้อขายที่เบาบาง

 

SET ได้แรงหนุนจากกระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้า

ขณะที่ตลาดโลกยังคงผันผวน โดยถูกกดดันหลักจากตลาดหลักบนความกังวลต่อการลงทุน (CAPEX) ที่ยังเพิ่มสูงอย่างต่อเนื่องในกลุ่มเทคโนโลยี ท่ามกลางระดับมูลค่าตลาดที่อยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ ข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด โดยอัตราการว่างงานลดลงจาก 4.4% สู่ 4.3% ส่งผลให้ความกังวลเพิ่มขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับสูงนานกว่าที่เคยคาดไว้ อย่างไรก็ตาม SET Index ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องอย่างแข็งแกร่งในสัปดาห์ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 5.6% จากการตีความผลการเลือกตั้งในเชิงบวก นักลงทุนคาดหวังว่าความขัดแย้งทางการเมืองจะลดลง เสถียรภาพดีขึ้น และนโยบายมีความต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการร่วมจ่าย ขณะที่กระแสเงินทุนต่างชาติยังไหลเข้าต่อเนื่อง โดยมียอดซื้อสุทธิมากกว่า 3.1 หมื่นลบ. ในสัปดาห์หลังการเลือกตั้ง และ 4.6 หมื่นลบ. YTD

 

หุ้น Domestic Play เป็นผู้นำการปรับขึ้นของตลาด

ในเชิงธีมการลงทุน หุ้น Domestic Play นำการปรับตัวขึ้นของตลาดในสัปดาห์ที่ผ่านมา และถือเป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกันที่ทำผลงานได้ดีกว่าหุ้นธีมอื่นๆ กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการบริโภค เช่น กลุ่มพาณิชย์ (+6.8%) และกลุ่มสื่อ (+12.7%) ทำผลงานได้แข็งแกร่งจากความคาดหวังต่อมาตรการกระตุ้นการบริโภคและการประเมินมูลค่าหุ้นที่ไม่แพงมาก เป็นการพลิกสลับกลุ่มมาเล่นหลังกลุ่มหุ้น Global Play ทำผลงานได้ดีก่อนหน้า หุ้นที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนภาครัฐ โดยเฉพาะกลุ่มบริการรับเหมาก่อสร้าง (+13.2%) ก็ปรับตัวขึ้นแรง นำโดย STECON (+27%) ซึ่งได้อานิสงส์จากบรรยากาศเชิงบวกหลังพรรคภูมิใจไทยชนะการเลือกตั้ง กลุ่มที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย เช่น กลุ่มการเงิน (+8.8%) และกลุ่มอสังหาฯ (+7.5%) ปรับตัวขึ้นจากความคาดหวังต่อการผ่อนคลายของอัตราดอกเบี้ย ขณะที่หุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มพลังงาน (+8.0%) และกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (+8.5%) ปรับตัวขึ้นเช่นกัน จากแรงหนุนของเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

 

ความสนใจหันกลับไปที่ตัวเลขเศรษฐกิจ

หากมองไปข้างหน้า ความสนใจของตลาดในสัปดาห์นี้คาดว่าจะกลับไปที่การรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ โดยในวันจันทร์ ไทยจะรายงาน GDP ไตรมาส 4/2568 ตลาดคาดว่าจะขยายตัวที่ประมาณ 1.3% YoY ในไตรมาส 4/2568 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1.2% YoY ในไตรมาส 3/2568 ส่งผลให้การเติบโตทั้งปี 2568 อยู่ที่ราว 2.1% หากการเติบโตของ GDP ยังอยู่ในระดับต่ำราว 1% ก็อาจสนับสนุนให้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 25bps ในการประชุม กนง. ช่วงปลายเดือนนี้ ซึ่งเป็นบวกต่อกลุ่มการเงิน ขณะที่ในช่วงปลายสัปดาห์ นักลงทุนอาจติดตามรายงานการประชุม FOMC ในวันพฤหัสบดี และตัวเลข GDP ไตรมาส 4/2568 ของสหรัฐฯ ในวันศุกร์ โดยคาดว่าเศรษฐกิจจะชะลอลงสู่ 2.8% จาก 4.4% ในไตรมาสก่อนหน้า

 

ความผันผวนอาจเพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษจีน

เราคงมุมมองที่เป็นบวกต่อ SET Index โดยมีแนวต้านสำคัญอยู่ที่ระดับ 1,450 จุด ซึ่งเท่ากับ market EPS ที่ 90.5 บาท/หุ้น และระดับ PE ที่ 16 เท่า (ค่าเฉลี่ยระยะยาว) และแนวต้านถัดไปที่ 1,480 จุด ซึ่งสอดคล้องกับ PB ที่ 1.4 เท่า หรือ -1SD จากค่าเฉลี่ยระยะยาว อย่างไรก็ตาม โมเมนตั้มระยะสั้นอาจชะลอลงหลังจากดัชนีปรับตัวขึ้นแรงกว่า 70 จุดภายหลังการเลือกตั้ง นอกจากนี้ แม้เทศกาลตรุษจีนจะไม่ใช่วันหยุดราชการในประเทศไทย แต่โดยปกติปริมาณการซื้อขายมักจะเบาบางลง ซึ่งอาจทำให้ความผันผวนระยะสั้นเพิ่มขึ้น เราคาดว่า SET Index จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,415–1,450 จุด ในสัปดาห์นี้ โดยหุ้นเด่นประจำสัปดาห์ของเรา ได้แก่ MTC TURBO CENTEL KTB และ CPALL

 

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

 

 


I am