เริ่มแล้ววันนี้!! (23 พ.ค. 67) ที่ทางทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดขายหุ้นกู้ระยะยาวชุดใหม่ 5 รุ่น ที่มีอัตราดอกเบี้ยคงที่ในช่วง 2.95-4.30% ต่อปี อันดับความน่าเชื่อถือ “A+” แนวโน้ม “คงที่” (Stable) เปิดให้จองซื้อระหว่าง 23-27 พ.ค.นี้ ผ่าน 6 สถาบันการเงิน รวมถึงการขายผ่านแอป TrueMoney

โดยในการออกหุ้นกู้ในครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในแผนการระดมทุนเพื่อใช้ในการลงทุนขยายธุรกิจ โดยเฉพาะในช่วงที่มีการแข่งขันสูงจากผู้ให้บริการรายใหม่ๆ ทรูจึงต้องเตรียมพร้อมทั้งด้านเงินทุนและเทคโนโลยี เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบถ้วน
ซึ่งการเปิดจำหน่ายหุ้นกู้ระยะยาวชุดใหม่ที่เปิดขายต่อประชาชนเป็นการทั่วไป (Public Offering) จะเป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกันและมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ โดยจะเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 23-27 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 โดยในวันเสาร์ที่ 25 และวันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 จะเปิดให้จองซื้อ ผ่านธนาคารกรุงเทพ และธนาคารไทยพาณิชย์ ผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้น
โดยมีรายละเอียดการเสนอขายหุ้นกู้ครั้งที่ 3/2567 ดังนี้
- อายุ 1 ปี 3 เดือน (TRUE258B) มีอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 2.95% ต่อปี
- อายุ 2 ปี 6 เดือน (TRUE26NC) มีอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 3.51% ต่อปี
- อายุ 3 ปี 3 เดือน (TRUE278B) มีอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 3.70% ต่อปี
- อายุ 5 ปี 3 เดือน (TRUE298A) มีอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 4.00% ต่อปี
- อายุ 10 ปี (TRUE345A) มีอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 4.30% ต่อปี เฉพาะรุ่นอายุ 10 ปี ผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนวันกำหนดไถ่ถอนเมื่อหุ้นกู้ครบปีที่ 5
ขั้นตอนการจองซื้อหุ้นกู้ ผ่านแอป TrueMoney







- เสนอขายผู้ลงทุนทั่วไปจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท ทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท
- โดยมีธนาคารกรุงเทพ กสิกรไทย ไทยพาณิชย์ ซีไอเอ็มบี ยูโอบี และบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ รวมถึงการขายผ่านแอปพลิเคชั่น TrueMoney Wallet
- โดยมีธนาคารกรุงเทพ กสิกรไทย ไทยพาณิชย์ ซีไอเอ็มบี ยูโอบี และบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ รวมถึงการขายผ่านแอปพลิเคชั่น TrueMoney Wallet
นอกจากนี้ การระดมทุนครั้งนี้ยังมีจุดประสงค์เพื่อทดแทนหนี้เดิมที่ใกล้ครบกำหนดด้วย ถือเป็นการบริหารสภาพคล่องทางการเงินของบริษัทอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับการเสนอขายในครั้งนี้ ทรูระบุว่าจะนำเงินที่ได้ไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทั่วไปของบริษัท รวมถึงขยายธุรกิจหลักของกลุ่ม และเสริมสภาพคล่องให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพื่อความสามารถในการแข่งขันในอนาคต
โดยรวมแล้ว การออกหุ้นกู้ครั้งใหม่ของทรูแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะคงบทบาทผู้นำในวงการโทรคมนาคมของประเทศ พร้อมๆ กับการรักษาสถานะทางการเงินให้มั่นคง เพื่อกลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่งอีกครั้งในระยะต่อไป