World Today: ประเด็นข่าวต่างประเทศน่าติดตามวันนี้

ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวกเช้านี้ (19 ก.พ.) ตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ปิดปรับตัวขึ้นเมื่อวานนี้ (18 ก.พ.) หลังจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีฟื้นตัวและข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งช่วยหนุนตลาด
ดัชนี MSCI Asia Pacific ปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 2 ติดต่อกันเช้านี้ โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นออสเตรเลียและญี่ปุ่น ขณะที่ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ส่วนดัชนีดาวโจนส์, S&P500 และ Nasdaq ปิดบวกเมื่อวานนี้ โดยยังคงได้ปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งรวมถึงหุ้น Nvidia และ Amazon หลังจากราคาหุ้นปรับตัวลงก่อนหน้านี้ อันเนื่องมาจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ทั้งนี้ ตลาดหุ้นจีน, ฮ่องกง และไต้หวัน ยังคงปิดทำการในวันนี้ เนื่องในเทศกาลตรุษจีน
-- สำนักข่าวเกียวโดรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า กระทรวงคมนาคมของญี่ปุ่นได้แจ้งให้สายการบินต่าง ๆ ทราบว่า จะมีการสั่งห้ามใช้พาวเวอร์แบงค์ (Power Bank) บนเครื่องบิน โดยมีผลตั้งแต่เดือนเม.ย.นี้เป็นต้นไป หลังเกิดเหตุแบตเตอรี่สำรองเกิดไฟลุกไหม้ระหว่างเที่ยวบินขึ้นหลายครั้ง
คำสั่งห้ามดังกล่าวไม่ได้จำกัดเพียงแค่การนำพาวเวอร์แบงค์มาใช้ชาร์จสมาร์ตโฟนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการเสียบชาร์จตัวพาวเวอร์แบงค์ผ่านพอร์ตชาร์จบนเครื่องบินด้วย
-- ราคาหุ้นของบริษัท ไบเออร์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตยาและเคมีภัณฑ์ด้านการเกษตรของเยอรมนี ดิ่งลงถึง 8% เมื่อวานนี้ (18 ก.พ.) หลังจากบริษัท มอนซานโต ซึ่งเป็นบริษัทในเครือในสหรัฐฯ ได้เสนอจ่ายเงินจำนวน 7.25 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 227,000 ล้านบาท เพื่อยุติคดีความที่มีการฟ้องร้องว่า ผลิตภัณฑ์ Roundup ซึ่งเป็นยากำจัดวัชพืชของบริษัท เป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็ง
นอกจากนี้ บริษัทคาดว่าการตั้งสำรองและภาระหนี้สินจากคดีความดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นจาก 7.8 พันล้านยูโร (9.24 พันล้านดอลลาร์) สู่ระดับ 1.18 หมื่นล้านยูโร โดยจะมีการชำระเงินที่เกี่ยวข้องกับคดีความประมาณ 5 พันล้านยูโรในปี 2569
-- เควิน แฮสเซตต์ ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติประจำทำเนียบขาว และเป็นที่ปรึกษาของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า ผู้เขียนบทความวิจัยล่าสุดของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขานิวยอร์ก ซึ่งระบุว่า บริษัทของสหรัฐฯ และผู้บริโภคชาวอเมริกันเป็นฝ่ายที่ต้องแบกรับภาระภาษีศุลกากรที่สหรัฐฯ เรียกเก็บจากสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ ควรถูกลงโทษทางวินัย
ทั้งนี้ แฮสเซตต์ได้วิพากษ์วิจารณ์รายงานดังกล่าวอย่างรุนแรง โดยกล่าวว่า นักวิจัยของเฟดมองข้ามปัจจัยสำคัญเกี่ยวกับวิธีการทำงานของภาษีศุลกากร และให้ความสำคัญเฉพาะเรื่องราคาเท่านั้น
แฮสเซตต์กล่าวว่า งานวิจัยควรพิจารณาถึงผลกระทบในเชิงบวกต่อค่าจ้างและสวัสดิการของแรงงานในสหรัฐฯ ด้วย จากการที่บริษัทต่าง ๆ นำการผลิตกลับมายังสหรัฐฯ
-- การเจรจาไตรภาคีวันที่ 2 ที่นครเจนีวาระหว่างสหรัฐฯ รัสเซีย และยูเครนได้เสร็จสิ้นลงเมื่อวานนี้ (18 ก.พ.) โดยการเจรจาในวันนี้ใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมง ซึ่งสั้นกว่าการประชุมเมื่อวานนี้ ซึ่งใช้เวลาถึง 6 ชั่วโมง
ทั้งสองฝ่ายไม่ได้ส่งสัญญาณความคืบหน้าในการยุติสงคราม และไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของการเจรจา หรือมีการบรรลุข้อตกลงใดหรือไม่ โดยระบุว่าการเจรจาเป็นไปอย่างยากลำบาก
วลาดิเมียร์ เมดินสกี หัวหน้าคณะผู้แทนฝ่ายรัสเซีย กล่าวว่า การเจรจาเป็นไปอย่างยากลำบาก แต่มีลักษณะเชิงธุรกิจ พร้อมระบุว่าจะมีการเจรจารอบใหม่ในอนาคตอันใกล้
-- สหรัฐฯ และอิหร่านได้เสร็จสิ้นการเจรจานิวเคลียร์ที่นครเจนีวาเมื่อวันอังคาร (17 ก.พ.) แต่ทั้งสองฝ่ายได้เปิดเผยผลการเจรจาที่แตกต่างกัน
อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า การเจรจาทางอ้อมรอบที่สองระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ เป็นไปอย่างสร้างสรรค์มากขึ้น เมื่อเทียบกับการเจรจารอบก่อนหน้านี้ที่ประเทศโอมาน โดยอารักชีเปิดเผยว่า ทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงในหลักการทั่วไป ซึ่งจะถูกนำไปพัฒนาและจัดทำเป็นข้อความในข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
อย่างไรก็ดี เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า อิหร่านยังไม่ได้ยอมรับข้อเรียกร้องหลักของสหรัฐฯ โดยสหรัฐฯ ได้ให้เวลา 2 สัปดาห์แก่อิหร่านเพื่อปิดช่องว่างความเห็นที่แตกต่างกันของทั้งสองฝ่าย
นอกจากนี้ แวนซ์กล่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงสงวนสิทธิ์ในการใช้กำลังทหาร หากแนวทางการทูตไม่สามารถหยุดยั้งโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
-- ทำเนียบขาวระบุเมื่อวานนี้ (18 ก.พ.) ว่า ยังไม่มีการกำหนดเส้นตายสำหรับการเจรจานิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน โดยระบุว่าอิหร่านคาดว่าจะนำเสนอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับท่าทีในการเจรจาภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
คาโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวในการแถลงข่าวประจำวันว่า การทูตยังคงเป็นทางเลือกแรกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
อย่างไรก็ดี เธอกล่าวเพิ่มเติมว่า มีเหตุผลและข้อโต้แย้งหลายประการที่สามารถใช้สนับสนุนการโจมตีอิหร่านได้
-- หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล (WSJ) รายงานเมื่อวานนี้ (18 ก.พ.) โดยอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ 3 รายว่า สหรัฐฯ กำลังถอนทหารราว 1,000 นายออกจากซีเรีย
รายงานระบุว่า เมื่อต้นเดือนนี้ กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ถอนทหารทั้งหมดออกจากฐานทัพอัล-ชัดดาดี ทางตะวันออกเฉียงเหนือของซีเรีย และจากกองกำลังที่ประจำการอยู่ที่ฐานอัลทันฟ์ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์บริเวณพรมแดนซีเรีย จอร์แดน และอิรัก
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยกับ WSJ ว่า ภายใน 2 เดือนข้างหน้า กำลังทหารสหรัฐฯ ที่เหลือทั้งหมดจะถอนออกจากซีเรีย ซึ่งจะเป็นการยุติการประจำการของทหารสหรัฐฯ ที่ยาวนานนับทศวรรษ โดยทำเนียบขาวระบุว่าไม่มีความจำเป็นอีกต่อไปในประเทศดังกล่าว
-- ข้อมูลและเหตุการณ์เศรษฐกิจสำคัญในวันนี้ (19 ก.พ.) มีดังนี้:-
ญี่ปุ่นเปิดเผยยอดสั่งซื้อเครื่องจักรเดือนธ.ค.
ออสเตรเลียเปิดเผยอัตราว่างงานเดือนม.ค.
ธนาคารกลางอินโดนีเซียประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ย
สหรัฐฯ เปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าเดือนธ.ค., ดัชนีภาคการผลิตเดือนก.พ.จากเฟดฟิลาเดลเฟีย, ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (Pending Home Sales) เดือนม.ค. และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA)