ส่อง4เทรนด์พลิกอสังหาไทยบูม อุตสาหกรรมไฮเทค -โรงแรมเนื้อหอม
เจแอลแอล เปิด4เทรนด์พลิกอสังหาไทยบูม "China+1"ดึงดูดการลงทุนต่างชาติ การกลับมาดีมานด์ออฟฟิ การปรับปรุงและเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์และการฟื้นตัวธุรกิจโรงแรม
ประเทศไทยกลายเป็นหนึ่งใน"ศูนย์กลางการลงทุน"ที่สำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปี 2568 โดยมีปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนจาก
4 เทรนด์ ได้แก่ "China+1" ที่ดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ, การกลับมาดีมานด์ออฟฟิศพรีเมียมในกรุงเทพฯ การปรับปรุงและเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน และการเติบโตของธุรกิจโรงแรมที่ได้รับแรงหนุนจากการท่องเที่ยวฟื้นตัว
“China+1” ดึงเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ
ไมเคิล แกลนซี่ กรรมการผู้จัดการเจแอลแอลประเทศไทย กล่าวว่า ท่ามกลางการลงทุนในจีนที่มีความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น “China Plus One” หนึ่งในยุทธศาสตร์ที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุนในการขยายการลงทุนในประเทศอื่นนอกจีน เนื่องจากความไม่มั่นใจในความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่างประเทศ ทำให้ประเทศ"ไทย"กลายเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญสำหรับผู้ผลิตอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์จากจีนและไต้หวัน รวมถึงบริษัทใหญ่จากทั่วโลกที่ต้องการขยายฐานการผลิตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่งผลให้"ไทย"ได้กลายเป็นศูนย์กลางที่สำคัญในการผลิตสินค้าที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้า ดาต้าเซ็นเตอร์ และพลังงานสะอาด
"ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสูง โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และดิจิทัล ซึ่งการขยายตัวของData Center และการสนับสนุนจากรัฐบาลมีบทบาทสำคัญในการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติในปัจจุบัน"
สอดคล้องกับ "ร็อดดี อัลลัน" ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการงานวิจัยภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกของเจแอลแอล ระบุว่า การเติบโตของ AI และการขยายตัวของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นตลาดสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง และยังได้รับการสนับสนุนจากสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนจาก BOI ที่ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่
ออฟฟิศพรีเมียมในเมืองบูม
รับเทรนด์ “Return-to-Office”
หลังจากวิกฤติโควิด-19 ธุรกิจต่างเริ่มกลับมาดำเนินการในออฟฟิศอีกครั้ง! โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่มีการปรับตัวไปตามเทรนด์ “Return-to-Office” โดยบริษัทใหญ่ๆ เริ่มเรียกพนักงานกลับมาทำงานที่สำนักงาน 3-4 วันต่อสัปดาห์ สร้างความต้องการในพื้นที่สำนักงานคุณภาพสูงและพื้นที่ออฟฟิศพรีเมียมที่มีสิ่งอำนวยความสะดวก ขณะเดียวกัน ไทยยังเป็นจุดหมายปลายทางการลงทุน การท่องเที่ยวทำให้กลายเป็นจุดดึงดูดสำหรับชาวต่างชาติที่มาทำงานมากขึ้น
“องค์กรใหญ่ เริ่มเห็นความสำคัญของสำนักงานคุณภาพสูงในการดึงดูดพนักงานและรักษาบุคลากรที่มีคุณภาพ สำนักงานระดับพรีเมียมจึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกสถานที่ทำงาน”

ปรับปรุงทรัพย์สิน เพิ่มมูลค่า
ขณะเดียวกันเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ต่างมุ่งมั่นที่จะปรับปรุงและเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานอาคารเขียว (LEED, WELL) กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่"ดึงดูด"ผู้เช่า และอาคารสำนักงานที่มีมาตรฐานเหล่านี้มักจะสามารถตั้งราคาเช่าได้"สูง"กว่าค่าเฉลี่ยของตลาดถึง 14%
โรงแรมหรูรับอานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้น
รัฐวัฒน์ คูวิจิตรสุวรรณ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสฝ่ายบริการที่ปรึกษาและบริหารสินทรัพย์ เจแอลแอลกล่าวว่า ภาคธุรกิจโรงแรมของไทยกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโรงแรมหรูที่ได้รับแรงหนุนจากตลาดไมซ์และการจัดงานแต่งงานที่กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง นักลงทุนเริ่มมองหาสินทรัพย์ในทำเลพรีเมียมในกรุงเทพฯ รวมถึงพื้นที่รีสอร์ทริมชายหาดที่ตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยว
ภาคการท่องเที่ยวของไทยกำลังฟื้นตัวได้ดี โดยเฉพาะในด้านการจัดงาน MICE และงานแต่งงานเติบโตต่อเนื่อง การลงทุนในโรงแรมในกรุงเทพฯ และภูเก็ตยังคงดึงดูดนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง คาดการณ์ว่า การทำธุรกรรมโรงแรมในปี2568จะสูงถึง 13,000 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา! แม้ว่าตัวเลขลดลงกว่าปีที่ผ่านมา
ปี 2568 ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังจะเข้าสู่ยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยโอกาสและความท้าทายจากการลงทุนต่างชาติ การขยายตัวของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง การเติบโตของธุรกิจออฟฟิศพรีเมียม และการปรับปรุงสินทรัพย์เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันจะเป็นปัจจัยที่กำหนดทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปีนี้
ที่มา.. https://www.bangkokbiznews.com/property/1168797