ห้องเม่าปีกเหล็ก

ชัชชาติ จ่อเสนอ “เอา BTS คืน เป็นของรัฐ”

โดย ขบวนสุดท้าย
เผยแพร่ :
164 views

ชัชชาติ จ่อเสนอ “เอา BTS คืน เป็นของรัฐ”

ดีกับคนไทยจริงไหม… หรือแค่ย้ายเผือกร้อนจากมือหนึ่งไปอีกมือหนึ่ง

ประเด็น “BTS สายสีเขียว” กลับมาเดือดอีกครั้ง

เมื่อ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ออกมาระบุชัดว่า

เตรียมเสนอแนวคิด “ดึงสัมปทาน BTS สายสีเขียวคืน” ให้รัฐเป็นเจ้าของรายเดียว

โดยจะชงให้รัฐบาลชุดใหม่พิจารณา หลัง กทม.เพิ่งปิดหนี้ก้อนใหญ่กับเอกชนไปหมาด ๆ

 

คำถามคือ

นี่คือ “ทางออก” ของปัญหาเรื้อรัง

หรือเป็นเพียงการเอา เผือกร้อน ที่ไม่มีใครอยากถือ ส่งต่อให้รัฐแบกแทน?

วุ่นไม่จบ… BTS เผือกร้อนที่ใครจับก็ขาดทุน

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา

BTS สายสีเขียวกลายเป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่ ไม่มีใครบริหารแล้วสบาย

ค่าโดยสารแพง → ประชาชนบ่น

โครงสร้างสัญญาซับซ้อน → รัฐกับเอกชนฟ้องกันไม่จบ

ต้นทุนเดินรถพุ่ง → รายได้ไม่พอค่าใช้จ่ายจริง

สุดท้าย

สิ่งที่ควรเป็น “ระบบขนส่งสาธารณะ”

กลับกลายเป็น ต้นทุนชีวิตของคนเมือง

ชัชชาติพูดอะไรบ้าง (แก่นจริงของเรื่อง)

1) ปิดหนี้ก้อนใหญ่แล้ว

กทม.ได้ชำระหนี้รถไฟฟ้า BTS ตามคำพิพากษาศาลปกครอง

รวม ประมาณ 70,929 ล้านบาท

ทำให้ กทม.กลายเป็นเจ้าของ ขบวนรถและส่วนต่อขยายสายสีเขียว

ตรงนี้ถือว่า “จบคดีเก่า” แต่ยังไม่จบปัญหา

2) รายได้ไม่พอเดินรถ

แม้จะเคลียร์หนี้แล้ว

แต่รายได้ค่าโดยสารอยู่ราว 2,000 ล้านบาท/ปี

ขณะที่ต้นทุนเดินรถจริงอยู่ที่ 6,000–8,000 ล้านบาท/ปี

ความหมายคือ

กทม.ต้องควักเงินจ่ายค่าจ้างเดินรถให้ BTS ทุกเดือน

พูดง่าย ๆ คือ

“เป็นเจ้าของ แต่ยังขาดทุนต่อเนื่อง”

3) แนวคิด “ดึงสัมปทานคืน”

ชัชชาติระบุว่า

กำลังอยู่ในขั้น แนวคิด + เจรจา

โดยมองว่า รัฐบาลควรรับซื้อสัมปทานคืน

เพื่อให้รัฐถือทั้งโครงสร้าง + สัมปทานแบบเบ็ดเสร็จ

เหตุผลหลักคือ

จะจัดโครงสร้างค่าโดยสารได้ง่ายขึ้น

มีโอกาสทำค่าโดยสารถูกลง เพื่อประโยชน์ประชาชน

แล้วตอนนี้ไปถึงไหนแล้ว?

ต้องย้ำชัด ๆ ว่า

ยังไม่ใช่มติ ครม. และยังไม่มีสัญญาซื้อคืนใด ๆ

สถานะปัจจุบันคือ

ปลดหนี้ตามคำพิพากษาแล้ว

ยังเป็นเพียง “แนวคิดเตรียมเสนอรัฐบาลใหม่”

ยังไม่รู้ตัวเลขชดเชยจริง

ยังไม่รู้รูปแบบบริหารหลังรัฐถือทั้งหมด

ถ้ารัฐดึงคืนจริง… จะเกิดอะไรขึ้น?

1) ภาระการคลัง

รัฐต้องจ่าย ค่าชดเชยเอกชนหลายหมื่นล้านบาท

พร้อมแบกต้นทุนเดินรถที่ยังขาดทุนทุกปี

คำถามคือ

เงินจะมาจากไหน? งบประมาณ? ภาษี? หรือหนี้สาธารณะ?

2) ค่าโดยสารประชาชน

นี่คือ ความหวังเดียว ของแนวคิดนี้

ถ้ารัฐบริหารรวมจริง

อาจออกแบบค่าโดยสารใหม่

อาจลดเพดานราคา

อาจทำบัตรเหมาจ่าย/ข้ามสายได้ง่ายขึ้น

แต่ทั้งหมดนี้

จะเกิดได้ก็ต่อเมื่อรัฐยอม “อุดหนุนจริง”

3) เงื่อนไขกฎหมาย-สัญญา

สัญญาสัมปทานเดิม

ไม่ใช่จะ “ยกเลิก” ได้ง่าย ๆ

ต้องดู

เงื่อนไขชดเชย

อายุสัมปทานที่เหลือ

ความเสี่ยงฟ้องร้องใหม่

นี่คือกับดักทางกฎหมายที่หลายรัฐบาลไม่อยากแตะ

แล้วฝั่ง BTS ว่ายังไง?

ฝั่งเอกชนเอง

เคยส่งสัญญาณว่า พร้อมเจรจา

พร้อมพูดคุยเรื่องซื้อคืน

พร้อมออกแบบโครงสร้างค่าโดยสารใหม่

หากรัฐเข้ามาบริหารรวมอย่างชัดเจน

เพราะในความจริง

BTS เองก็แบกความเสี่ยงสูงไม่แพ้กัน

สรุปแบบตรงไปตรงมา

การ “เอา BTS คืน เป็นของรัฐ”

ไม่ใช่ยาวิเศษ

มันคือการเลือกทางที่

รัฐต้องยอมขาดทุนแทนเอกชน

เพื่อแลกกับค่าโดยสารที่ประชาชนอาจถูกลง

คำถามสุดท้ายไม่ใช่

“เอาคืนดีไหม”

แต่คือ

เรายอมจ่ายต้นทุนนี้ เพื่อคุณภาพชีวิตคนเมืองหรือไม่

และถ้าจะเอาคืนจริง

ต้องโปร่งใส ชัดเจน และไม่กลายเป็น

เผือกร้อนลูกใหม่ที่ประชาชนต้องจ่ายแพงกว่าเดิม

 

 

เนื้อหาจาก..  KIM Property Live


ขบวนสุดท้าย