🤖
ช่วงนี้ตลาดการเงิน “อารมณ์เปลี่ยนไว” แบบเห็นได้ชัด โดยเฉพาะฝั่งทองคำที่เพิ่งโดนแรงขายกดลงแรงกว่า 2% หลังมีสัญญาณบวกจากการเจรจานิวเคลียร์ระหว่าง สหรัฐอเมริกา กับ อิหร่าน ทำให้นักลงทุนลดน้ำหนักสินทรัพย์ปลอดภัยทันที
ยิ่งไปกว่านั้น เงินดอลลาร์แข็งค่า ดัชนี DXY บวกอีก 0.3% ก็ยิ่งกดดันทอง เพราะทองซื้อขายเป็นดอลลาร์ พอดอลลาร์แข็ง คนถือสกุลอื่นก็ต้องจ่ายแพงขึ้น แรงซื้อเลยแผ่วลง
ทองคำสปอตปิดแถว 4,884 ดอลลาร์/ออนซ์ ส่วน Gold Futures เดือนเมษายนร่วงเกือบ 3% เช้านี้ (18 ก.พ.) ราคาทรงตัวแถว 4,880 ดอลลาร์ หลังจากลงมาต่อเนื่องสองวันติด
ประเด็นสำคัญตอนนี้อยู่ที่ “ความเสี่ยงโลก” ถ้าความตึงเครียดทั้งฝั่งตะวันออกกลางและรัสเซีย–ยูเครนคลี่คลาย ความต้องการถือทองก็จะลดลงโดยธรรมชาติ ขณะเดียวกันตลาดกำลังรอรายงานประชุมเฟดและตัวเลขเงินเฟ้อ เพราะหากธนาคารกลางสหรัฐส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยจริงอย่างที่ตลาดคาดในเดือนมิถุนายน ทองก็มีโอกาสฟื้นแรงได้อีกครั้ง เพราะทองเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีดอกเบี้ยในตัวเอง ดอกเบี้ยยิ่งต่ำยิ่งเป็นบวกกับทอง
มองกรอบสั้น ๆ ตอนนี้ นักวิเคราะห์ยังให้ช่วง 4,800–5,200 ดอลลาร์ และถ้าเฟดผ่อนคลายจริงจังในปีนี้ เป้าระยะไกล 6,000 ดอลลาร์ก็ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน

ฝั่งหุ้นไทย: คึกคัก แต่เริ่มต้องระวัง
ดัชนีไทยยังแกว่งแรง แต่บรรยากาศโดยรวมดูมีความเชื่อมั่นมากขึ้น หลังเลือกตั้งเพียง 7 วันทำการ ดัชนีพุ่งกว่า 100 จุด ทะลุ 1,450 จุด ล่าสุดปิดที่ 1,459.68 จุด บวกกว่า 21 จุด มูลค่าซื้อขาย 6.52 หมื่นล้านบาท
เงินทุนไหลเข้าแรงก็จริง แต่แนวต้านถัดไปแถว 1,460 จุดเริ่มมีเสียงเตือนเรื่อง “ขายทำกำไรระยะสั้น” ให้ได้ยินมากขึ้น
รัฐบาลตั้งเป้า GDP โต 3% แม้หลายฝ่ายมองว่าโต 2% ก็ถือว่าไม่เลวในภาวะเศรษฐกิจโลกแบบนี้ จึงต้องจับตานโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณว่าจะเดินได้เร็วแค่ไหน
🤖 หุ้น Robot เทรด มาแรงจริง
แค่เดือนเศษ ๆ Robot ซื้อสุทธิไปแล้ว 3.66 หมื่นล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนกว่า 42% ของมูลค่าซื้อขายรวม มีถึง 87 บริษัทที่ติดรายงานซื้อขายสูงในช่วง 30 วันทำการแรก
หุ้นในกลุ่ม TOP30 ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยตั้งแต่ต้นปีราว +21% บางตัวแรงสุดแตะ +59%
ตัวอย่างหุ้นที่ถูกเทรดหนัก เช่น
JMT Network Services
Plan B Media
Delta Electronics Thailand
STECON Group
กระแสเงินอัลกอริทึมยังเป็นตัวเร่งสำคัญของรอบนี้ ใครเล่นตามโมเมนตัมต้องไว แต่ก็ต้องมีวินัย
หุ้นรายตัวที่ตลาดจับตา
1) PTT Global Chemical (PTTGC)
ราคาปิด 27.50 บาท +3.80% กำลังทดสอบแนวต้าน 28 บาท ซึ่งเคยผ่านไม่สำเร็จหลายรอบ ถ้ายืนได้ มีลุ้นรอบใหม่
2) Bangchak Corporation (BCP)
ปิด 36.50 บาท +1.40% ลุ้นผ่าน 38 บาท มีปัจจัยหนุนจากผลงานและดีลต่อยอดธุรกิจ วางเป้ารายได้ปี 69 โต 15–20%
3) True Corporation (TRUE)
ปิด 14 บาท +2.95% โมเมนตัมยังดี ผลงานฟื้นต่อเนื่อง เหมาะกับสาย follow buy
4) Energy Absolute (EA)
ปิด 3.26 บาท +1.25% มีแรงเก็งกำไรเป็นระยะ ตลาดคาดหวังผลงานปีนี้ฟื้นแรง
5) i-Tail Corporation (ITC)
ปิด 18 บาท +4.65% ทำจุดสูงสุดในรอบปี กำไรดี มีปันผลปีละ 2 ครั้ง เป้าหมายแรกนักวิเคราะห์ 20.50 บาท
ฝั่งพลังงานยังมีชื่อของ Gulf Energy Development และ Thai Oil ที่อยู่ในกลุ่มถูก Robot เทรดสูงเช่นกัน
มุมเศรษฐกิจมหภาค
ธนาคารแห่งประเทศไทยมองว่าสินเชื่อปีนี้มีโอกาสกลับมาโต หลังปีก่อนติดลบ หลายสำนักคาด GDP ปี 69 โตแถว 1.8–1.9%
ภาคเอกชนหวังรัฐเร่งลงทุน โดย BOI เตรียมอัดฉีดเม็ดเงินลงทุนกว่า 4.8 แสนล้านบาทเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล
ธีมที่เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้นคือกลุ่มเฮลธ์แคร์ โดย TISCO Financial Group มอง Biotechnology เด่น คาด EPS โตเกือบ 20%
การเมืองก็ยังต้องตาม
ความเคลื่อนไหวทางการเมืองยังเป็นตัวแปรสำคัญ มีข่าวว่า อนุทิน ชาญวีรกูล จาก พรรคภูมิใจไทย อาจได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ โดยมีแรงหนุนจาก พรรคพลังประชารัฐ และพรรคกล้าธรรม
เสถียรภาพรัฐบาลใหม่จะมีผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นและฟันด์โฟลว์
สรุปวันนี้
ภาพใหญ่ตลาดหุ้นไทยยังคึกคักจากฟันด์โฟลว์และแรง Robot เทรด แต่ระยะสั้นเริ่มเข้าโซน “ระวังแรงขายทำกำไร”
ทองคำพักฐานเพราะข่าวการเมืองโลกและดอลลาร์แข็งค่า แต่เกมจริงยังอยู่ที่ดอกเบี้ยเฟด
ช่วงนี้จึงเป็นตลาดที่ “ต้องไว แต่ไม่ประมาท” เล่นตามจังหวะได้ แต่ต้องรู้จุดเข้า–จุดออก และไม่ลืมมองภาพเศรษฐกิจใหญ่ควบคู่กันไปเสมอ
ฝากไว้ให้คิด….
"จงมองหาสิ่งดีๆ ในทุกวัน แม้บางวันจะดูยากก็ตาม"
