ห้องเม่าปีกเหล็ก

Alphabet ทำเงินจากอะไร ?

โดย me too
เผยแพร่ :
28 views

Alphabet ทำเงินจาก “Search ที่ผูกกับความตั้งใจซื้อ” แล้วเอากระแสเงินสดไปเร่ง “Cloud + AI” เพื่อยืดอายุการเติบโต

ถ้าจะสรุป Alphabet (GOOGL/GOOG) ให้เข้าใจแบบนักลงทุน…บริษัทนี้ไม่ได้เป็นแค่ “เจ้าพ่อเสิร์ช” แต่คือเครื่องจักรสร้างกระแสเงินสดที่เก่งที่สุดตัวหนึ่งของโลก เพราะยืนอยู่บนพฤติกรรมมนุษย์ที่เปลี่ยนยากมาก: “เวลาคนอยากได้คำตอบ/อยากซื้ออะไร เราจะไป Search” และตรงนั้นคือจุดที่โฆษณามีคุณค่าจริง ไม่ใช่โฆษณาที่คนแค่เลื่อนผ่าน

โฟกัสภาพใหญ่ได้ชัด: รายได้โต +18% YoY, อัตรากำไรขั้นต้น 58%, FCF margin 20% และกลไกทำเงินยังพึ่ง Search เป็นหลัก แต่เครื่องยนต์ที่โตเร็วที่สุดคือ Cloud (ตัวชี้วัด Q4: Cloud growth +48%) ขณะเดียวกัน YouTube และ Search ยังโตเป็นบวก (YouTube ad +9%, Search revenue +17%)

แกนนี้สำคัญมาก เพราะมันบอกว่า Alphabet ไม่ได้ “ย้ายบ้าน” ออกจาก Search แต่กำลัง “ต่อเติมบ้าน” ให้รายได้โตได้หลายทาง โดยใช้ AI เป็นตัวเร่งรอบใหม่

 

 

Alphabet ทำเงินจากอะไรบ้าง: อ่านสัดส่วนแล้วจะเข้าใจโครงสร้างธุรกิจ

โครงสร้างรายได้มี 5 กองหลัก (คิดแบบพอร์ต จะเห็นภาพชัด)

Search — 57%

นี่คือฐานที่ใหญ่สุด และเป็นเหตุผลที่บริษัทสร้างกระแสเงินสดได้หนา Search คือโฆษณาที่ “ผูกกับ intent” คนเสิร์ช = มีความตั้งใจบางอย่างอยู่แล้ว ทำให้ conversion และ ROI ของผู้ลงโฆษณามักดีกว่าช่องทางที่เป็น awareness อย่างเดียว

Subscriptions — 12%

รายได้ที่ตลาดชอบเพราะมีลักษณะ recurring มากขึ้น (เช่น YouTube Premium / Google One ฯลฯ) จุดแข็งคือช่วยลดการพึ่งพาโฆษณา 100% และทำให้ความผันผวนของรายได้เบาลงในบางช่วงวัฏจักร

Cloud — 12%

สัดส่วนยังไม่ใหญ่เท่า Search แต่ “โตเร็ว” และเชิงคุณภาพมันคือรายได้ B2B ที่สร้างความลึกของความสัมพันธ์กับองค์กร ถ้า Cloud ชนะเกมระยะยาว Alphabet จะได้ multiple ที่ดีขึ้น เพราะตลาดให้พรีเมียมกับ recurring enterprise revenue และความสามารถในการ cross-sell AI services

YouTube — 10%

เป็นทั้งสื่อ, distribution, และ inventory โฆษณา “ระดับโลก” แต่ต้องเข้าใจว่า YouTube มีแรงกดดันด้านการแข่งขันและรูปแบบคอนเทนต์ที่เปลี่ยนเร็ว (short-form, creator economics)

Other — 9%

กองนี้รวมหลายอย่าง บางส่วนเป็น “ออปชัน” ที่ตลาดให้มูลค่าเผื่อไว้ แต่ไม่ควรเอามาเป็นแกนหลักของ thesis จนกว่าจะเห็นสัญญาณกำไร/สเกลชัด

ประเด็นที่ต้องจำ: Search ยังเป็น “เสาหลัก” แต่ Cloud คือ “ตัวชี้ชะตา multiple” ในทศวรรษ AI

 

ทำไมกระแสเงินสดสำคัญกว่า “ความตื่นเต้นเรื่อง AI”

ภาพ Revenue และ Free Cash Flow ชี้ว่า FCF เคยสะดุดช่วงหลังปี 2022 ก่อนกลับมาฟื้นและไต่ขึ้นอีกครั้ง ตรงนี้สะท้อน 2 เรื่อง

หนึ่ง Alphabet มีความสามารถ “ปรับค่าใช้จ่าย” ได้เมื่อวัฏจักรโฆษณาอ่อนแรง (วินัยต้นทุนสำคัญมากในธุรกิจแพลตฟอร์ม)

สอง เมื่อ FCF กลับมามั่นคง บริษัทจะมีอาวุธครบ: ลงทุน Capex/AI ได้, ซื้อหุ้นคืนได้, และรับมือคดี/ค่าปรับ/ความผันผวนได้โดยไม่เสียทรง

FCF margin 20% คือการบอกว่า “ธุรกิจหลักยังพ่นเงินสด” และนี่แหละที่ทำให้ Alphabet เป็นหุ้นคุณภาพ ไม่ใช่แค่หุ้นธีม

 

Q4 2025: สัญญาณที่ต้องอ่านให้ขาด ไม่ใช่ดูแต่ headline

ตัวชี้วัด Q4 ให้สัญญาณที่เป็นประโยชน์มากต่อการวาง thesis

Cloud growth +48%

นี่คือสัญญาณความเร็ว ถ้าตัวเลขนี้มาจาก demand ที่แท้จริง (workloads ย้ายขึ้นคลาวด์ + AI services) และไม่แลกกับการลดราคาเกินจำเป็น มันจะเป็น “สะพาน” พา Alphabet จากบริษัทโฆษณาไปสู่บริษัท infra+software ที่มีรายได้หลากหลายขึ้น

Search revenue +17%

ตลาดกลัวว่า AI จะทำให้คน “ไม่เสิร์ชแบบเดิม” แต่ตัวเลขยังโตสะท้อนว่า Search ยังแข็งแรง แปลว่า Alphabet ยังรักษาความเป็น default behavior ได้ดี และ monetization ยังไม่พัง

YouTube ad revenue +9%

YouTube ยังโต แต่เป็นการโตที่ต้องชนะการแข่งขันด้าน attention และรูปแบบโฆษณา หากรอบนี้ YouTube ทำได้ดีพร้อม ๆ กับ Search นั่นแปลว่า “Ad engine” ยังไม่หมดแรง

ภาพรวมคือ Q4 นี้ไม่ได้บอกว่า Alphabet ชนะ AI แล้ว แต่บอกว่า “ฐานเงินสดยังอยู่” และ “ขาคลาวด์กำลังเร่ง” ซึ่งเป็นคู่ผสมที่นักลงทุนระยะยาวต้องการ

 

Moat ของ Alphabet จริง ๆ คืออะไร

moat มาจาก ecosystem Search + Android + YouTube ซึ่งผมเห็นด้วยในเชิงโครงสร้าง เพราะมันไม่ใช่ moat แบบสินค้าเดี่ยว แต่มันเป็น moat แบบ “ระบบนิเวศ”

Search สร้างข้อมูล intent และเป็นปลายทางของความต้องการ

Android เป็น distribution layer ระดับโลก ทำให้บริการฝังอยู่ในชีวิตประจำวัน

YouTube เป็นแพลตฟอร์มคอนเทนต์ที่มีเครือข่ายผู้สร้างและผู้ชมมหาศาล

เมื่อสามอย่างนี้เชื่อมกัน มันช่วยลดต้นทุนการหาผู้ใช้ (CAC) และทำให้การแข่งขันไม่ใช่แค่ “ใครโมเดลฉลาดกว่า” แต่คือ “ใครมี distribution และ habit ที่หนากว่า”

 

มุมมองนักลงทุน: เกมของ Alphabet คือ “รักษาเสาหลัก แล้วเร่งเครื่องที่โตเร็วที่สุด”

ถ้าคุณถือ Alphabet แบบมี thesis จะต้องตอบ 2 คำถามนี้ให้ได้

หนึ่ง Search จะถูก disrupt เร็วแค่ไหน

ไม่ต้องคิดแบบขาว-ดำว่า “AI ฆ่า Search” แต่คิดแบบความเร็วของการเปลี่ยนพฤติกรรม หาก Search ยังโตได้ (+17%) แปลว่าการเปลี่ยนผ่านยังไม่เกิดแบบฉับพลัน

สอง Cloud จะโตแบบทำกำไรได้หรือไม่

Cloud โตแรง (+48%) ดีมาก แต่สิ่งที่ตลาดจะให้รางวัลคือ “โตแล้ว margin ดีขึ้น” เพราะถ้าโตด้วยการเผากำไร มันไม่ได้ทำให้ valuation rerate แบบยั่งยืน

ดังนั้น Thesis ที่แข็งแรงของ Alphabet คือ

เสาหลักยังโต + กระแสเงินสดหนา + Cloud/AI เป็นตัวต่อรอบใหม่

นี่คือเหตุผลที่หุ้นประเภทนี้มักเป็น core holding ของพอร์ตระยะยาว

 

ความเสี่ยงที่ต้องยอมรับก่อนลงทุน

ภาพสรุปความเสี่ยงไว้ 2 เรื่อง และเป็น 2 เรื่องที่สำคัญจริง

ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ

Alphabet เป็นบริษัทที่ถูกจับตาเรื่องการผูกขาด/การแข่งขัน/โฆษณา/ข้อมูลผู้ใช้ ความเสี่ยงนี้ไม่จำเป็นต้องทำให้บริษัทพัง แต่ทำให้ “ความไม่แน่นอน” สูงขึ้น และอาจกด multiple ในบางช่วง

การแข่งขันด้าน AI

คู่แข่งไม่ได้แข่งแค่โมเดล แต่แข่ง distribution และประสบการณ์ใช้งาน ถ้า AI เปลี่ยนวิธีที่คนหาคำตอบเร็วกว่าที่ Alphabet ปรับทัน จะกดทั้ง Search share และโครงสร้างรายได้ แต่ถ้า Alphabet ผสาน AI เข้า Search/Workspace/Cloud ได้ดี ก็จะกลายเป็น “ตัวเร่ง” ไม่ใช่ “ตัวทำลาย”

 

สรุปแบบ PRB: Alphabet คือ “หุ้นคุณภาพที่ต้องวิเคราะห์ด้วย 2 เลเยอร์”

เลเยอร์ที่ 1 คือเครื่องจักรเงินสด: Search + YouTube ที่ยังโต และทำให้ FCF margin อยู่ในระดับน่าประทับใจ

เลเยอร์ที่ 2 คือเครื่องยนต์รอบใหม่: Cloud ที่โตเร็วมาก และมีโอกาสเป็นตัวทำให้ตลาดให้พรีเมียมเพิ่ม

ใครจะลงทุนตัวนี้ให้คุ้ม ต้องไม่เผลอมองแค่ข่าว AI รายวัน แต่ต้องติดตาม 3 ตัวชี้วัดต่อเนื่อง: แนวโน้ม Search growth, คุณภาพการโตของ Cloud (โตพร้อมมาร์จิ้น), และทิศทางกฎระเบียบ

 

Disclaimer: ข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้ลงทุนควรตัดสินใจด้วยตนเอง และยอมรับความเสี่ยงทุกกรณี

 

ทีมาเนื้อหาจาก..  หุ้นพอร์ทระเบิด


me too