Thailand in 2025: ปีที่แรงสั่นสะเทือนจากโลก บรรจบกับจุดเปลี่ยนภายในประเทศ
ปี 2025 ไม่ใช่เพียง “อีกหนึ่งปีที่ยากลำบาก” ของประเทศไทย
แต่เป็นปีที่แรงกระแทกจากเศรษฐกิจโลก ภูมิรัฐศาสตร์ และภัยธรรมชาติ
เกิดขึ้นพร้อมกัน ในจังหวะที่โครงสร้างเศรษฐกิจภายในยังเปราะบาง
หลายเหตุการณ์อาจดูเหมือนแยกขาดจากกัน
แต่เมื่อมองภาพรวม ปีนี้คือบททดสอบครั้งใหญ่ของ ความยืดหยุ่นเชิงโครงสร้าง ของประเทศ

1.การค้าโลกปั่นป่วน: เมื่อ Trump 2.0 เขย่าระบบการค้า
การกลับมาของโดนัลด์ ทรัมป์ ในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยที่สอง ทำให้ระบบการค้าโลกเข้าสู่โหมด “ไม่แน่นอน” อีกครั้ง
มาตรการภาษีตอบโต้แบบครอบคลุมที่ประกาศในเดือนเมษายน ส่งผลให้ไทยถูกตั้งอัตราภาษีสูงถึง 36%
แม้การชะลอการบังคับใช้ 90 วันจะช่วยให้การส่งออกพุ่งขึ้นชั่วคราวจากการเร่งสั่งล่วงหน้า แต่สิ่งนี้สะท้อนว่าภาคธุรกิจกำลัง “ซื้อเวลา” เพื่อรับมือกับต้นทุนที่สูงขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี มากกว่าจะเป็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ยั่งยืน
2.ความเสี่ยงที่ไม่อยู่ในสมการ: แผ่นดินไหวจากเมียนมา
แผ่นดินไหวขนาด 8.2 ใกล้มัณฑะเลย์ ส่งแรงสั่นสะเทือนถึงภาคเหนือและกรุงเทพฯ
เหตุอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินแห่งใหม่ถล่ม กลายเป็นสัญลักษณ์ของคำถามที่ลึกกว่าความเสียหายเฉพาะหน้า ทั้งมาตรฐานการก่อสร้าง ความพร้อมของเมือง
และความจริงที่ว่า ความเสี่ยงในโลกปัจจุบัน “ไม่หยุดอยู่ที่พรมแดนของประเทศ”
3.ภูมิรัฐศาสตร์ใกล้ตัว: ชายแดนไทย–กัมพูชาที่ยังเปราะบาง
ความตึงเครียดชายแดนปะทุขึ้นอีกครั้งกลางปี การปะทะยืดเยื้อ 5 วันในเดือนกรกฎาคม
แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงและลงนามซ้ำในเดือนตุลาคม แต่การปะทะที่กลับมาอีกในเดือนธันวาคมตลอดแนวชายแดนกว่า 817 กิโลเมตร ย้ำชัดว่า ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่จบง่ายด้วยเอกสารเพียงฉบับเดียว
4.เมื่อแนวป้องกันแพ้ธรรมชาติ: น้ำท่วมหาดใหญ่
ฝนกว่า 630 มิลลิเมตรใน 72 ชั่วโมง ทำให้ระบบจัดการน้ำที่เคยรับมือได้ดี “ล้นพร้อมกันทั้งระบบ”
ความเสียหายทางเศรษฐกิจประเมินสูงถึง 100,000 ล้านบาท รถยนต์เสียหายราว 10,000 ล้านบาท และกว่า 80,000 ครัวเรือนได้รับผลกระทบ
เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เพียงอุทกภัย แต่คือคำเตือนว่า โครงสร้างพื้นฐานที่ออกแบบจากสภาพอากาศในอดีต อาจไม่เพียงพอในยุค Extreme Weather
5.เศรษฐกิจไทยที่เสียโมเมนตัม
ท่ามกลางแรงกระแทกรอบด้าน เศรษฐกิจไทยปี 2025 ถูกคาดว่าจะเติบโตราว 2.0% ลดลงจากประมาณ 2.5% ในปีก่อน
ไตรมาส 3 เศรษฐกิจหดตัว -0.6% QoQ จุดชนวนความกังวลเรื่อง Technical Recession
หนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง กดดันการบริโภค ขณะที่ความไม่แน่นอนจากต่างประเทศฉุดการลงทุนและความเชื่อมั่น
ภาคท่องเที่ยวฟื้นไม่เท่ากัน นักท่องเที่ยวต่างชาติไตรมาส 3 อยู่ที่ 7.43 ล้านคน หรือราว 80% ของก่อนโควิด แต่รายได้จากการท่องเที่ยวลดลง -8.4% จากการใช้จ่ายต่อหัวที่อ่อนแรง โดยเฉพาะตลาดจีน
บทสรุป
ปี 2025 คือปีที่ประเทศไทย
ถูกทดสอบพร้อมกันทั้งด้านการค้าโลก ภูมิรัฐศาสตร์ ภัยธรรมชาติ
และข้อจำกัดเชิงโครงสร้างภายในประเทศ
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียง “ปีนี้จะโตเท่าไร”
แต่คือ โครงสร้างเศรษฐกิจและนโยบายของไทย พร้อมแค่ไหนกับโลกที่ผันผวนมากกว่านี้ในปีต่อๆไป
เมื่อโลกไม่เหมือนเดิม
2026 ไม่ใช่แค่ปีแห่งความหวัง
แต่ต้องเป็นปีแห่งการปรับตัวอย่างจริงจัง
.
เรื่อง: พรปวีณ์ ธรรมวิชัย Economist, Bnomics
ภาพประกอบ: บริษัท ก่อการดี จำกัด
════════════════
ที่มาเนื้อหาจาก.. Bnomics by Bangkok Bank