ห้องเม่าปีกเหล็ก

โจ๊กเกอร์โผล่หัวคุย

โดย โจ๊กเกอร์
เผยแพร่ :
111 views

🥸 อาเซียน–สหรัฐ เกมดีลใหญ่ที่กำลังเปลี่ยนสมดุลการค้า และสัญญาณ “ต้นรอบ” ของตลาดหุ้นไทย

ช่วงเวลานี้ ถ้ามองภาพใหญ่ของภูมิภาค จะเห็นชัดว่าเกมการค้า “อาเซียน–สหรัฐ” กำลังเร่งจังหวะ หลังสหรัฐส่งสัญญาณแข็งกร้าวเรื่องภาษีตอบโต้ หลายประเทศไม่รอให้เกมบีบตัวเอง แต่เลือกเดินหมากเชิงรุก ปิดดีลก้อนใหญ่ สร้างแต้มต่อทันที

 

 

อินโดนีเซีย: ปิดดีลเชิงรุก เอาการซื้อ–การลงทุนเป็นตัวเปิดทาง

ฝั่งอินโดนีเซียถือว่าเดินเร็ว ลงนามข้อตกลงการค้า–การลงทุนกับสหรัฐรวม 11 ฉบับ มูลค่ากว่า 38,400 ล้านดอลลาร์ ครอบคลุมตั้งแต่เหมืองแร่ พลังงาน เกษตร สิ่งทอ เทคโนโลยี ไปจนถึงเซมิคอนดักเตอร์

ดีลสำคัญเกี่ยวข้องกับบริษัทพลังงานและเหมืองรายใหญ่ เช่น Freeport-McMoRan และ Halliburton ขณะเดียวกัน อินโดนีเซียยังเพิ่มการนำเข้าสินค้าเกษตรสหรัฐ ทั้งถั่วเหลือง ข้าวโพด ข้าวสาลี และฝ้าย เพื่อช่วยลดแรงกดดันดุลการค้าเกินดุล

ผู้นำอย่าง Prabowo Subianto เดินหน้าเจรจากับ Donald Trump โดยมีเป้าหมายชัดเจนคือขอลดภาษีนำเข้าเหลือ 18%

ภาพที่เห็นคือ อินโดนีเซียใช้ “เงินลงทุนและออร์เดอร์ซื้อ” เป็นหมากต่อรอง สร้างความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์มากกว่าการเจรจาเชิงเทคนิคแบบยืดเยื้อ

 

เวียดนาม: ใช้อุตสาหกรรมการบินเป็นสะพาน

เวียดนามเลือกอีกแนวทางหนึ่ง คือดันดีลเครื่องบินล็อตใหญ่ สายการบินหลักอย่าง Vietnam Airlines และ VietJet Air ร่วมลงนามซื้อเครื่องบินรวม 90 ลำ มูลค่าราว 30,000 ล้านดอลลาร์ จาก Boeing

ดีลนี้ไม่ได้มีแค่เครื่องบิน แต่พ่วงความร่วมมือด้านเทคโนโลยี ดาวเทียม และการแพทย์ รวมถึงการเชื่อมต่อผ่าน Starlink ผู้นำอย่าง To Lam ก็เดินทางเยือนสหรัฐเพื่อผลักดันข้อตกลงโดยตรง

เวียดนามจึงใช้ “อุตสาหกรรมการบิน + เทคโนโลยี” เป็นหัวหอก สร้างภาพพันธมิตรเชิงอุตสาหกรรม ไม่ใช่แค่คู่ค้าสินค้า

 

ไทย: เกมยังอยู่ในโต๊ะเจรจา

ขณะที่ไทยยังอยู่ในขั้นเจรจาเชิงเทคนิค ทั้งเรื่องมาตรฐานสินค้าเกษตร และมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี (NTMs) ยังไม่มีการปิดดีลระดับนโยบาย และต้องรอความชัดเจนทางการเมืองก่อนจะขยับเต็มสปีด

เป้าหมายคือสรุปภายในเดือน ก.ค. 2569 ท่าทีไทยยืนยันว่าต้องรักษาผลประโยชน์ประเทศและพิจารณารายละเอียดอย่างรอบคอบ

ดังนั้น ไทยอาจไม่ได้ “ช้า” ในเชิงกระบวนการ แต่ในเชิงจังหวะตลาด เราไม่ได้สร้างภาพเชิงรุกแบบอินโดนีเซียหรือเวียดนาม นี่คือความต่างที่นักลงทุนต้องชั่งน้ำหนัก

 

แล้วทั้งหมดนี้เกี่ยวอะไรกับ SET?

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย  ปิดล่าสุดที่ 1,493.91 จุด เพิ่มขึ้นแรง พร้อมมูลค่าซื้อขายหนาแน่น ภาพสะท้อนชัดว่า “เงินไหลเข้า” โดยเฉพาะกลุ่มพลังงาน

 

ทำไมพลังงานกลายเป็นพระเอก?

ราคาน้ำมันดิบขยับขึ้นเฉลี่ยราว 4% จากความตึงเครียดตะวันออกกลาง ค่าการกลั่นยังยืนสูง ปิโตรเคมีเริ่มฟื้นตามฤดูกาล

ที่สำคัญกว่า “ข่าว” คือโครงสร้างผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) ของกลุ่มพลังงานกำลังทำฐาน หาก ROE พลิกเป็นขาขึ้นจริง จะกระทบกำไรต่อหุ้น (EPS) ของทั้งตลาด เพราะกลุ่มนี้มีน้ำหนักประมาณ 10–11% ของ SET

ถ้า EPS ตลาดถูกปรับขึ้น

Valuation ที่เคยดูตึง อาจดูสมเหตุสมผลขึ้น

และตลาดอาจเข้าสู่ช่วงต้นของ “Re-rating”

 

หุ้นพลังงานที่ต้องจับตา

PTT

โฮลดิ้งใหญ่ ครบทั้งก๊าซ โรงกลั่น ปิโตรเคมี ต่างชาติสะสมผ่าน NVDR ต่อเนื่อง ถ้ารอบพลังงานมา ตัวนี้มักเป็นหัวขบวน

PTT Exploration and Production (PTTEP)

รายได้ผูกกับราคาน้ำมันโดยตรง น้ำมันขึ้น กำไรขยับเร็ว มาร์จิ้นแข็งแรง

 

Thai Oil (TOP)

ค่าการกลั่นยังดี สเปรดกว้าง หากดีมานด์ยังต่อเนื่อง กำไรยังมีแรงส่ง

ฝั่งการเงินอย่าง SCB X ก็มีบทบาทจากแรงจูงใจปันผล ดึงนักลงทุนสาย Yield เข้ามาประคองตลาด

 

ภาพต่างประเทศ: ตัวแปรที่ยังต้องจับตา

ตลาดโลกยังหมุนอยู่กับ Theme AI Disruption ทำให้เงินระยะสั้นไหลเข้าหุ้น Value มากขึ้น ขณะเดียวกัน ตัวเลข PCE และ GDP สหรัฐจะเป็นตัวชี้ว่า Federal Reserve จะลดดอกเบี้ยช่วงกลางปีหรือไม่

ถ้าเงินเฟ้อต่ำกว่าคาด โอกาสลดดอกเบี้ย มิ.ย.–ก.ค. จะเพิ่ม และนั่นจะเป็นแรงเสริมสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก

อีกด้าน ความตึงเครียดสหรัฐ–อิหร่าน ยังเป็นปัจจัยหนุนราคาน้ำมัน ซึ่งกลับมาส่งผลโดยตรงต่อหุ้นพลังงานไทย

 

บทสรุป: จังหวะนี้คือ “ช่วงตัดสินใจ”

ตลาดไทยยังไม่ใช่ขาขึ้นแรงเต็มตัว แต่มีแรงพยุงจาก

ราคาน้ำมัน

งบ 4Q25 ที่ดีกว่าคาดเล็กน้อย

ความหวังการลดดอกเบี้ยสหรัฐ

 

ระยะสั้นอาจเป็นเกม “Sideways ถึง Sideways Up” แนวต้านสำคัญแถว 1,500–1,506 จุด แต่ในเชิงโครงสร้าง สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอาจไม่ใช่แค่รีบาวด์

ถ้า ROE กลุ่มพลังงานฟื้นจริง

ถ้า EPS ตลาดถูกปรับขึ้น

ถ้าเงินทุนต่างชาติยังไหลเข้า

 

นี่อาจเป็นต้นรอบของการ Re-rating ตลาดหุ้นไทย

 

คำถามจึงไม่ใช่แค่ “จะเทรดรอบไหนดี”

แต่คือ “คุณจะวางพอร์ตอย่างไร ถ้านี่คือจุดเริ่มต้นของรอบใหม่”

 

และในเกมการค้าอาเซียน–สหรัฐที่กำลังเร่งเครื่อง ใครปิดดีลได้เร็ว ย่อมได้แต้มต่อก่อนเสมอ — ตลาดทุนก็เช่นกัน

 

ฝากไว้ให้คิด…  
"ความเสี่ยงเกิดจากการไม่รู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่" — วอร์เรน บัฟเฟตต์

 


โจ๊กเกอร์