New World Order กฎหมายตาย กฎกูเกิด เมื่อ "ทรัมป์" ล้มกระดานโลก
ค่ำคืนวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา โลกไม่ได้แค่หมุนเวียนเปลี่ยนวัน แต่มันกำลังถูกพลิกโฉมหน้าไปตลอดกาล ท่ามกลางความเงียบสงัดของฐานทัพทหารใกล้กรุงคารากัส ปฏิบัติการสายฟ้าแลบของกองทัพสหรัฐฯ ได้อุบัติขึ้นราวกับฉากไคลแม็กซ์ในภาพยนตร์จารกรรมระทึกขวัญ เป้าหมายไม่ใช่ใครอื่น แต่คือ นิคอลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา และภริยา ที่ถูกจู่โจมและคุมตัวข้ามซีกโลกไปขังไว้ยังเรือนจำกลางมหานครนิวยอร์กในชั่วพริบตา
นี่ไม่ใช่แค่การจับกุมอาชญากรข้ามชาติ แต่มันคือสารที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ส่งตรงถึงผู้นำทั่วโลก ทั้งมิตรและศัตรูว่า "ระเบียบโลกเก่าตายไปแล้ว" และนับจากวินาทีนี้ กฎเกณฑ์เดียวที่จะตัดสินชะตากรรมของโลก คือกฎของเขาเอง

ปฐมบทแห่งอำนาจ: กฎเหล็กที่ไร้ความปรานี
ทันทีที่ข่าวการจับกุมแพร่สะพัด ทรัมป์ปรากฏตัวขึ้นแถลงข่าวด้วยท่าทีของผู้ชนะ เขาไม่ได้พูดถึงความยุติธรรมหรือสิทธิมนุษยชนตามตำราการทูตเดิมๆ แต่เขากลับประกาศถึง "กฎเหล็ก" (Iron Laws) ที่ดิบเถื่อนและตรงไปตรงมาที่สุด นั่นคือ "อนาคตจะถูกกำหนดด้วยความสามารถในการปกป้องการค้า ดินแดน และทรัพยากร"
นี่คือนิยามความมั่นคงแห่งชาติแบบใหม่ ใครก็ตามที่ขวางทางผลประโยชน์ของอเมริกา จะถูกกำจัดให้พ้นทาง ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนบนโลกใบนี้
บรรยากาศความหวาดระแวงแผ่ขยายไปทั่ว ตั้งแต่บราซิลยันปักกิ่ง นักวิเคราะห์ความมั่นคงต่างมองเห็นสัญญาณอันตรายที่ชัดเจน นโยบายต่างประเทศในสมัยที่ 2 ของทรัมป์ ที่เคยปูทางด้วยการโจมตีทางทหารในโซมาเลีย ไนจีเรีย ซีเรีย และอิหร่าน ได้เดินทางมาถึงจุดแตกหักที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด คือการบุกชิงตัวผู้นำประเทศอื่นโดยไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหม ไม่มีการหารือพันธมิตร ไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า มีเพียงการลงมือทำที่รวดเร็วและเด็ดขาด ทิ้งไว้เพียงคำถามเดียวในหัวของผู้นำทั่วโลกว่า "ใครจะเป็นรายต่อไป?"
บัญชีสั่งตายและเป้าหมายใหม่: ใครจะอยู่ ใครจะไป
ความระทึกไม่ได้จบแค่ที่เวเนซุเอลา ทรัมป์เดินหน้าจุดไฟแห่งความกลัวต่อเนื่องด้วยการพาดพิงถึงเหยื่อรายอื่นๆ ในบัญชีดำ เริ่มจาก คิวบา ที่เปรียบเสมือนคนป่วยใกล้ตายเมื่อขาดท่อน้ำเลี้ยงอย่างมาดูโร
ทรัมป์มองอย่างเลือดเย็นว่าไม่ต้องเปลืองแรงทำอะไร เดี๋ยวก็ล่มสลายไปเอง แต่ที่ทำเอาขนลุกซู่คือคำเตือนถึง กุสตาโว เปโตร ประธานาธิบดีโคลอมเบีย ด้วยถ้อยคำหยาบโลนว่าให้ "ระวังตัวไว้ให้ดี" (Watch his ass)
ความบ้าบิ่นของทรัมป์ยังลามไปถึงดินแดนพันธมิตรอย่าง กรีนแลนด์ ของเดนมาร์ก เขาประกาศกลางอากาศบนเครื่องบิน Air Force One ว่าสหรัฐฯ "จำเป็นต้องได้กรีนแลนด์" เพื่อความมั่นคง โดยไม่สนเสียงคัดค้านจากนายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก
แม้แต่เพื่อนบ้านอย่าง เม็กซิโก ก็ตกอยู่ในเป้าเล็ง เมื่อทรัมป์วิจารณ์ประธานาธิบดี คลาวเดีย เชนิบอม ว่าเป็นเพียงหุ่นเชิด โดยระบุว่า "แก๊งค้ายาต่างหากที่ครองเม็กซิโก" และขู่ว่าสหรัฐฯ "ต้องลงมือทำอะไรสักอย่าง"
สถานการณ์ตึงเครียดถึงขีดสุดเมื่อทรัมป์เปรยถึงการโจมตีปานามาเพื่อสกัดอิทธิพลจีน และล้อเลียนแคนาดาว่าจะกลายเป็นรัฐที่ 51 บรรยากาศของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศตอนนี้จึงไม่ต่างอะไรกับฉากในห้องสอบสวนที่ทุกคนต่างหวาดระแวงและไม่มีใครรู้ว่ากระสุนนัดต่อไปจะเจาะเข้าที่ใคร
ขุมทรัพย์ใต้ดิน: แผนซ้อนแผนล่าทองคำดำ
เบื้องหลังฉากบู๊ล้างผลาญนี้ มี "เดิมพัน" มหาศาลซ่อนอยู่ ภายใต้ข้ออ้างเรื่องความมั่นคง สิ่งที่ทรัมป์และทีมงานมองเห็นคือขุมทรัพย์ที่ประเมินค่าไม่ได้ เวเนซุเอลานั่งทับอยู่บนกองน้ำมันที่มีปริมาณสำรองมากที่สุดในโลก คิดเป็น 17% ของอุปทานโลก ทรัมป์และมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ ไม่ปิดบังความกระหายที่จะส่งบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ เข้าไป "ซ่อมแซม" และ "กอบโกย" ผลกำไรมหาศาลกลับประเทศ
นอกจากน้ำมัน ชัยภูมิของเวเนซุเอลายังเปรียบเสมือนเพชรเม็ดงาม ด้วยชายฝั่งทะเลยาว 3,000 กิโลเมตร ที่เชื่อมต่อเส้นทางการค้าสำคัญระดับโลก นี่คือโมเดลทางเศรษฐกิจแบบ "จักรวรรดินิยมยุคใหม่" (Imperial Order) ที่ใช้กำลังทหารเปิดประตูสู่ทรัพยากร คล้ายกับที่ทำในยูเครนเพื่อแลกกับแร่ธาตุหายาก มันคือเกมที่ผู้ชนะจะได้ครอบครองทุกอย่าง ทั้งอำนาจและเงินตรา
โดมิโนแห่งความโกลาหล: เมื่อโลกไร้กฎหมาย
การกระทำที่อุกอาจของทรัมป์กำลังสั่นคลอนรากฐานของโลกอย่างรุนแรง ประธานาธิบดีอเล็กซานดาร์ วูซิช ของเซอร์เบีย ถึงกับหลุดปากออกมาว่า "ระเบียบโลกเก่ากำลังพังทลาย กฎหมายระหว่างประเทศไม่มีอยู่อีกต่อไป"
ความน่ากลัวคือ สิ่งที่สหรัฐฯ ทำ อาจกลายเป็น "แม่แบบ" (Template) ให้กับมหาอำนาจอื่น จีนอาจใช้ข้ออ้างเดียวกันนี้จัดการกับผู้นำไต้หวัน หรือรัสเซียอาจเร่งเครื่องล้มรัฐบาลยูเครน โดยอ้างความชอบธรรมแบบทรัมป์
ขณะที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ตกอยู่ในภาวะอัมพาต ไม่สามารถหยุดยั้งอะไรได้ ท่ามกลางเสียงประณามจากผู้นำละตินอเมริกาที่มองว่านี่คือหายนะของสันติภาพ แต่ทรัมป์กลับไม่ยี่หระ ยิ่งไปกว่านั้น ความสำเร็จในการโค่นมาดูโรอาจทำให้เขาย่ามใจและขยายวงความขัดแย้งออกไปอีก
หากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ไม่ดีขึ้นก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในอีก 10 เดือนข้างหน้า สงครามและการสร้างศัตรูภายนอกอาจเป็นทางออกที่เขาเลือกใช้เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
ในวินาทีนี้ โลกกำลังกลั้นหายใจ ระเบียบโลกใหม่ได้อุบัติขึ้นแล้วจริงๆ แต่มันไม่ใช่ระเบียบที่สวยหรู มันคือโลกที่ "อำนาจคือความถูกต้อง" และทุกคนต่างรู้ดีว่า ในเกมล่าอำนาจครั้งนี้... ไม่มีใครปลอดภัยอีกต่อไป
ที่มาเนื้อหาจาก..เพจ Beauty Investor