ห้องเม่าปีกเหล็ก

เซฟเก็บไว้ โพยหุ้น & ETF 2026 รอบนี้ห้ามตกรถเด็ดขาด!

โดย ัyoda
เผยแพร่ :
150 views

เซฟเก็บไว้ โพยหุ้น & ETF 2026 รอบนี้ห้ามตกรถเด็ดขาด!

สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้กลับมาพบกับโพยการลงทุนฉบับพิเศษต้อนรับปี 2026 กันอีกแล้วนะคะ ใครที่กำลังมองหาไอเดียจัดพอร์ต หรือรู้สึกว่าตลาดมันกว้างจนจับต้นชนปลายไม่ถูก วันนี้เราสรุปมาให้แบบเน้นๆ คัดเนื้อๆ มาเป็นธีมเพื่อให้ทุกคนเอาไปทำการบ้านต่อได้ง่ายขึ้นค่ะ

รอบนี้เราจะไม่คุยกันแค่เรื่องกราฟ แต่เราจะคุยกันด้วย "เหตุผล" ว่าทำไมเงินถึงจะไหลไปทางนั้น โดยแบ่งออกเป็น 5 ธีมหลักที่กำลังขับเคลื่อนโลกการเงินตอนนี้ค่ะ อ่านจบแล้วรับรองว่าเห็นภาพชัดแจ๋วแน่นอนค่ะ

เริ่มกันที่ธีมแรกเลยนะคะ

 

ธีมที่ 1: การกระจายความเสี่ยงและหาโอกาสใหม่ (Broadening & Global Value)

ปีที่ผ่านมาหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ วิ่งแรงมากจนหลายคนกลัวตกรถ แต่ปี 2026 นี้ เทรนด์สำคัญคือ กำไรเริ่มกระจายตัว หรือที่เรียกว่า Broadening ค่ะ คือเงินไม่ได้กระจุกอยู่แค่หุ้นใหญ่ไม่กี่ตัวแล้ว แต่เริ่มไหลไปหาหุ้นกลุ่มอื่นๆ ที่ราคายังสมเหตุสมผลและมีสตอรี่การเติบโตที่น่าสนใจ

กลุ่มอุตสาหกรรมที่น่าจับตามอง:

สำหรับใครที่อยากกระจายความเสี่ยงออกจากหุ้นเทคฯ ขาซิ่ง ลองดู กลุ่มสาธารณูปโภค (Utilities)(XLU) และ กลุ่มอุตสาหกรรม (Industrials)(XLI) ค่ะ เพราะสองกลุ่มนี้ได้รับอานิสงส์เต็มๆ จากการสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ และความต้องการใช้ไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นจากการมาของ AI นอกจากนี้ กลุ่มการแพทย์ (Healthcare)(XLV) ก็เริ่มน่าสนใจเพราะมีการนำ AI มาใช้ลดต้นทุนและคิดค้นยาใหม่ๆ ค่ะ

โพยหุ้นต่างประเทศ (International Exposure):

ถ้ามองออกไปนอกอเมริกา ปีนี้ฝั่งยุโรปและตลาดเกิดใหม่เริ่มกลับมาน่าสนใจค่ะ เพราะค่าเงินดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนค่าลง ซึ่งเป็นผลดีต่อสินทรัพย์ต่างประเทศ ใครที่ชอบฝั่งยุโรป ลองดู iShares MSCI Eurozone ETF (EZU) หรือถ้าชอบความหวือหวาหน่อยก็ iShares MSCI Emerging Markets ETF (EEM) ส่วนใครที่เป็นแฟนคลับญี่ปุ่นที่ค่าเงินเยนเริ่มนิ่ง ลองดู iShares MSCI Japan ETF (EWJ) ได้เลยค่ะ

แต่ถ้าใครรู้สึกว่าเลือกยาก ไม่อยากปวดหัว Vanguard Total World Stock ETF (VT) คือคำตอบค่ะ กองเดียวจบ ได้หุ้นทั่วโลก ลดความเสี่ยงการกระจุกตัวได้ดีเยี่ยมค่ะ

 

ธีมที่ 2: ขุมทรัพย์ AI ที่ไม่ได้มีแค่ชิป (The AI Trinity)

เราต้องยอมรับความจริงข้อหนึ่งค่ะว่า AI ไม่ใช่ฟองสบู่ เพราะบริษัทยักษ์ใหญ่ทุ่มเงินลงทุน (Capex) มหาศาลเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานจริงๆ ไม่ใช่แค่เก็งกำไรลมๆ แล้งๆ แต่การลงทุนใน AI รอบนี้ เราต้องมองให้ครบทั้ง 3 องค์ประกอบ หรือ 3 Vectors ค่ะ

 

Vector 1: สมองของ AI (Compute & Chips)

แน่นอนว่าชิปคือหัวใจสำคัญ แต่การถือหุ้นตัวเดียวมีความเสี่ยงเรื่องเทคโนโลยีเปลี่ยนไว (Technology Roadmap Risk) เช่น คู่แข่งอาจจะทำชิปที่แรงกว่าหรือถูกกว่าออกมาได้ ดังนั้นการซื้อทั้งอุตสาหกรรมผ่าน iShares Semiconductor ETF (SOXX) หรือ VanEck Semiconductor ETF (SMH) จะปลอดภัยกว่าการถือหุ้นเดี่ยวๆ ค่ะ

ส่วนใครอยากเล่นรอบใหญ่ของ Memory Chip (หน่วยความจำ) ลองมองไปที่ ไต้หวัน (EWT) และ เกาหลีใต้ (EWY) ซึ่งเป็นฐานการผลิตใหญ่ของโลกดูนะคะ

 

Vector 2: แหล่งพลังงาน (Infrastructure & Energy)

จำไว้นะคะว่า "พลังงานคือคอขวดที่ใหญ่ที่สุดของ AI" ศูนย์ข้อมูล (Data Center) กินไฟดุมาก ดังนั้นโรงไฟฟ้าและระบบสายส่งคือผู้ชนะตัวจริงในเกมนี้ค่ะ

กองทุนที่น่าสนใจคือ SPDR Utilities ETF (XLU) และ First Trust Smart Grid ETF (GRID) สำหรับระบบสายส่งอัจฉริยะ แต่ถ้าใครเชื่อในพลังงานสะอาดและนิวเคลียร์ที่กำลังกลับมาบูมสุดๆ ต้องจดชื่อ VanEck Uranium+Nuclear ETF (NLR) ไว้เลยค่ะ หรือถ้าจะเจาะรายตัว หุ้นอย่าง NextEra, Vistra และ Constellation คือตัวตึงในกลุ่มนี้ค่ะ

 

Vector 3: แอปพลิเคชันและหุ่นยนต์ (Applications & Robotics)

เมื่อชิปถูกลง คนจะเริ่มพัฒนาซอฟต์แวร์และหุ่นยนต์ออกมาใช้งานจริง มูลค่าจะย้ายจากคนขายชิปมาสู่คนทำแอปฯ ค่ะ

กองทุนเด่นๆ คือ iShares Expanded Tech-Software Sector ETF (IGV) สำหรับซอฟต์แวร์ และ Global X Robotics & Artificial Intelligence ETF (BOTZ) สำหรับหุ่นยนต์ ส่วนหุ้นรายตัวที่น่าทำการบ้านต่อคือ Palantir, Salesforce และ Teslaที่กำลังรุกหนักเรื่องหุ่นยนต์ค่ะ

 

ธีมที่ 3: ภูมิรัฐศาสตร์และความมั่นคง (Geopolitics & Defense)

โลกเรากำลังร้อนระอุค่ะ ความขัดแย้งระหว่างประเทศทำให้งบประมาณกลาโหมพุ่งกระฉูด โดยเฉพาะนโยบายของสหรัฐฯ ที่เตรียมอัดฉีดงบทางทหารมหาศาล และกฎหมายกีดกันเทคโนโลยีจากจีน ทำให้กลุ่มนี้เป็นธีมที่แกร่งมาก

โพยหุ้นกลุ่มความมั่นคง:

ถ้าชอบบริษัทใหญ่ๆ ที่ได้สัญญารัฐบาลแน่นอน ลองดู iShares U.S. Aerospace & Defense ETF (ITA) หรือ Invesco Aerospace & Defense ETF (PPA) แต่ถ้าชอบบริษัทขนาดกลางที่คล่องตัวกว่า SPDR S&P Aerospace & Defense ETF (XAR) ก็น่าสนใจค่ะ นอกจากนี้ เกาหลีใต้กำลังมาแรงในฐานะผู้ส่งออกอาวุธ ลองดู PLUS Korea Defense Industry (KDEF) ค่ะ

แร่ธาตุหายาก (Strategic Minerals):

อาวุธและชิปไฮเทคต้องใช้แร่ธาตุหายาก ซึ่งตอนนี้กลายเป็นสินทรัพย์ยุทธศาสตร์ไปแล้ว ใครอยากเกาะธีมนี้ต้องดู VanEck Rare Earth/Strategic Metals ETF (REMX) และที่ขาดไม่ได้คือ ยูเรเนียม สำหรับพลังงานนิวเคลียร์ ผ่าน Global X Uranium ETF (URA) ค่ะ

 

ธีมที่ 4: สงครามค่าเงินและสินทรัพย์ทางเลือก (Currency War & Alternative Assets)

เมื่อรัฐบาลทั่วโลกพิมพ์เงินออกมาเยอะและหนี้สาธารณะพุ่งสูง ความเชื่อมั่นในเงินกระดาษ (Fiat Money) ก็ลดลง ทำให้สินทรัพย์ทางเลือกกลายเป็นหลุมหลบภัยที่จำเป็นต้องมีติดพอร์ตค่ะ

ทองคำและแร่เงิน:

ทองคำไม่ใช่แค่เครื่องประดับ แต่เป็น "สินทรัพย์ต้านดอลลาร์" ใครที่สะสมทองคำแท่งไม่ไหว สามารถใช้ SPDR Gold Shares (GLD) หรือ SPDR Gold MiniShares (GLDM) ได้ค่ะ แต่ที่น่าตื่นเต้นกว่าคือ "แร่เงิน" (SLV) ที่กำลังเจอภาวะขาดแคลนและอาจเกิด Short Squeeze (คนขายชอร์ตต้องรีบซื้อคืนจนราคาพุ่ง) ได้ ใครรับความเสี่ยงได้ ลองศึกษาตลาดนี้ดูนะคะ

คริปโตเคอร์เรนซี:

ตอนนี้ Bitcoin ถูกมองว่าเป็น "ทองคำดิจิทัล" ไปแล้ว และได้รับการยอมรับจากสถาบันการเงินใหญ่ๆ อย่าง BlackRock การมี Bitcoin ETF ติดพอร์ตไว้บ้างก็เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากนโยบายรัฐบาลค่ะ นอกจากนี้ยังมีกองทุนรวมเหรียญอย่าง Franklin Crypto Index ETF (EZPZ) ที่มัดรวมเหรียญหลักๆ มาให้แล้วสำหรับคนที่เลือกไม่ถูกค่ะ

ธีมที่ 5: น่านน้ำใหม่ในอวกาศ (Space Economy)

สุดท้ายคือธีมแห่งอนาคตที่กำลังกลายเป็นเรื่องจริง "เศรษฐกิจอวกาศ" ไม่ใช่แค่เรื่องเพ้อฝันอีกต่อไป เพราะต้นทุนการส่งจรวดถูกลงมากจนทำธุรกิจได้จริง ไม่ว่าจะเป็นอินเทอร์เน็ตดาวเทียมหรือการสำรองข้อมูลในอวกาศ

โพยหุ้นอวกาศ:

กองทุนที่น่าจับตาคือ ERShares Private-Public Crossover ETF (XOVR) ซึ่งมีความพิเศษคือถือหุ้น SpaceX (ผ่านนิติบุคคลเฉพาะกิจ) ทำให้เราได้เป็นเจ้าของบริษัทอวกาศเบอร์ 1 ของโลกทางอ้อมค่ะ หรือถ้าชอบกระจายความเสี่ยงในหลายๆ บริษัท ลองดู Procure Space ETF (UFO) ที่รวมบริษัทดาวเทียมและเทคโนโลยีอวกาศไว้ให้แล้วค่ะ

 

ทั้งหมดนี้คือ "ลายแทง" สำหรับปี 2026 นะคะ จำไว้นะคะว่าไม่มีการลงทุนไหนที่ไม่มีความเสี่ยง การกระจายเงินไปในหลายๆ ธีม (Core-Satellite Strategy) จะช่วยให้พอร์ตของเราเติบโตได้ยั่งยืนกว่าการทุ่มเงินไปที่ตัวใดตัวหนึ่งค่ะ ลองเอาชื่อหุ้นและ ETF เหล่านี้ไปศึกษาต่อ ดูงบการเงิน ดูแนวโน้มธุรกิจ แล้วค่อยตัดสินใจลงทุนนะคะ

ขอให้ทุกคนสนุกกับการจัดพอร์ตและประสบความสำเร็จในการลงทุนปีนี้ค่ะ

 

 

ที่มาเนื้อหาจาก.. Beauty Investor


ัyoda