ห้องเม่าปีกเหล็ก

ร้อยแปดพันก้าว..เล่าสู่กันฟัง

โดย ร้อยแปดพันก้าว
เผยแพร่ :
43 views

💢 “เงินบาท–ทองคำ–หุ้นไทย” ในวันที่โลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน 💦

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ถ้าใครดูหน้าจอค่าเงินคงสะดุดตาไม่น้อย เพราะเงินบาทแข็งค่าหลุดระดับ 31 บาทต่อดอลลาร์ ลงไปแตะโซน 30.96–30.98 บาท ถือว่าแข็งค่าสุดในรอบสัปดาห์ และกลายเป็นหนึ่งในสกุลเงินที่แข็งค่าติดอันดับต้น ๆ ของภูมิภาค

 

คำถามคือ เกิดอะไรขึ้น?

 

 

เงินบาทแข็ง…ไม่ได้มาเพราะเหตุเดียว

รอบนี้ต้องบอกว่าเป็น “พลังผสม” ของหลายปัจจัย

 

💥อย่างแรกคือ ราคาทองคำโลกพุ่งแรง ทองคำทะยานขึ้นกว่า 2% แตะระดับเหนือ 5,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังความตึงเครียดระหว่าง สหรัฐอเมริกา กับ อิหร่าน กลับมากดดันบรรยากาศการลงทุน

เมื่อโลกไม่แน่นอน นักลงทุนจะมองหาสินทรัพย์ปลอดภัย และทองคำคือคำตอบคลาสสิก

ประเทศไทยเองเป็นศูนย์กลางการค้าทองคำในภูมิภาค พอราคาทองขึ้น การซื้อขายทองในประเทศคึกคัก เงินดอลลาร์ถูกแปลงเป็นเงินบาทมากขึ้น จึงกลายเป็นแรงหนุนให้เงินบาทแข็งค่าโดยอัตโนมัติ

 

💫ปัจจัยที่สอง คือ ดอลลาร์อ่อนค่า จากความกังวลต่อนโยบายภาษีนำเข้าของ Donald Trump ที่ส่งสัญญาณอาจปรับขึ้นภาษีในวงกว้าง ตลาดไม่ชอบ “ความไม่แน่นอน” ยิ่งไม่ชัดเจน ยิ่งลดความเสี่ยง

ขณะเดียวกัน ตลาดเริ่มคาดการณ์ว่า Federal Reserve อาจลดดอกเบี้ยได้ 2 ครั้งในปีนี้ หากเศรษฐกิจชะลอตัวจริง ภาพนี้ยิ่งกดดันค่าเงินดอลลาร์ และเปิดทางให้สกุลเงินเอเชีย รวมถึงเงินบาท แข็งค่าขึ้น

 

👁️‍🗨️👁‍🗨️👁️‍🗨ปัจจัยที่สาม คือ เงินทุนไหลเข้า ทั้งตลาดหุ้น พันธบัตร และการลงทุนโดยตรง โดยเฉพาะกลุ่ม Data Center บวกกับไทยยังเกินดุลการค้า และทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูง ภาพรวมจึงดู “เสถียร” ในสายตานักลงทุนต่างชาติ

ทองคำร้อนแรง สะท้อนความกลัวในระบบ

ถ้าดูราคาทองคำรอบนี้ ต้องบอกว่าแรงและเร็ว

ทองขึ้นต่อเนื่องหลายวัน เงิน (Silver) พุ่งแรงกว่า 3% ขณะที่เงินไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างชัดเจน ภาพนี้สะท้อนว่า นักลงทุนกำลัง “ป้องกันความเสี่ยง” มากกว่าการไล่ล่าผลตอบแทน

 

ตราบใดที่ความไม่แน่นอนเรื่องภาษี และภูมิรัฐศาสตร์ยังไม่คลี่คลาย ทองคำยังมีโอกาสทำจุดสูงใหม่ได้อีก

และตราบนั้น…เงินบาทก็ยังมีแรงพยุงทางอ้อมจากกลไกทองคำเช่นกัน

 

ตลาดหุ้นไทย…อยู่ในโหมดระวังตัว

ฝั่งตลาดหุ้น บรรยากาศต่างออกไปเล็กน้อย

ดัชนีมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ 1,460–1,490 จุด ลักษณะ Sideways ถึง Sideways Down เงินเริ่มไหลออกจากหุ้นเทคโนโลยี ไปสู่หุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น และบางส่วนไหลเข้าพันธบัตรกับทองคำ

ตลาดโลกเองก็เริ่มสะท้อนความกังวล โดยดัชนี Dow Jones Industrial Average ปรับตัวลงแรงกว่า 800 จุดในวันเดียว ภาพแบบนี้ทำให้นักลงทุนไทยเลือก “ชะลอความเสี่ยง” มากกว่าจะเร่งลงทุน

ในประเทศ แม้ตัวเลขส่งออกเดือนมกราคมจะโตแรง แต่กำไรบริษัทจดทะเบียนหลายแห่งยังไม่โดดเด่น Forward PE ตลาดไทยถือว่าไม่ถูกมาก จึงยิ่งทำให้ Upside ระยะสั้นค่อนข้างจำกัด

กลยุทธ์ช่วงนี้จึงเอนเอียงไปทาง Defensive หุ้นสื่อสาร โรงพยาบาล ธนาคาร หรือหุ้นปันผลสูง กลับมาอยู่ในเรดาร์มากกว่าหุ้นเติบโต

 

แล้วเงินบาทจะไปต่อไหม?

ระยะสั้น กรอบ 30.70–31.60 บาทต่อดอลลาร์ยังเป็นช่วงที่ต้องจับตา มีโอกาสทดสอบแถว 30.80 ได้

แต่โอกาสหลุดต่ำกว่า 30 บาท “ยังไม่ง่าย”

เพราะหากความตึงเครียดลดลง เงินทุนอาจไหลกลับสหรัฐ ดอลลาร์อาจฟื้น และเงินบาทอาจอ่อนค่าบางส่วนในครึ่งปีหลัง

อีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม คือ ความผันผวนปีนี้เพิ่มขึ้นจาก 7.1% เป็น 7.6% นั่นหมายความว่า ค่าเงินเหวี่ยงแรงกว่าเดิม ใครมีภาระนำเข้า–ส่งออก หรือหนี้สกุลต่างประเทศ ต้องบริหารความเสี่ยงให้รัดกุมมากขึ้น

 

บทสรุปภาพรวมตอนนี้คือ

โลกกำลังอยู่ในช่วง “ไม่มั่นใจ”

เงินจึงไหลไปหาความปลอดภัย

ทองคำได้ประโยชน์

ดอลลาร์อ่อน

เงินบาทแข็ง

 

แต่ตลาดทุนไม่ชอบความไม่แน่นอน

ดังนั้น ช่วงเวลานี้อาจไม่ใช่จังหวะของความหวือหวา หากเป็นจังหวะของ “วินัย” และ “การคุมความเสี่ยง”

เพราะในโลกการลงทุน บางครั้งการรักษาเงินต้นให้ปลอดภัย ก็สำคัญไม่แพ้การทำกำไรให้ได้มากที่สุด

 

 

… ร้อยแปดพันก้าว..เล่าสู่กันฟัง…


ร้อยแปดพันก้าว