ห้องเม่าปีกเหล็ก

โลกระส่ำยิ่งกว่าวิกฤตโควิด

โดย อินทรีย์ไม่บินเป็นฝูง
เผยแพร่ :
98 views

ยิ่งกว่า โควิด “โลกไม่เคย ‘ไม่แน่นอน’ เท่านี้มาก่อน” เมื่อดัชนีความไม่แน่นอน พุ่งทะลุทุกวิกฤตในประวัติศาสตร์

กุมภาพันธ์ 2026

โลกไม่ได้กำลังแตกสลาย

แต่โลกกำลัง “ลังเล” หนักที่สุดในประวัติศาสตร์

ดัชนี **World Uncertainty Index (WUI)** พุ่งแตะ **106,862 จุด**

สูงกว่าช่วงโควิด

สูงกว่าวิกฤตการเงินโลกปี 2008

สูงกว่ายุคฟองสบู่ดอทคอม

นี่ไม่ใช่แค่ตัวเลข

แต่มันคือ “อารมณ์ของโลก” ที่กำลังสั่นไหว

 

---

## ดัชนีนี้วัดอะไร?

World Uncertainty Index พัฒนาโดยทีมนักเศรษฐศาสตร์ที่วิเคราะห์รายงานประเทศของ Economist Intelligence Unit จาก 143 ประเทศ แล้วนับความถี่ของคำว่า “uncertain” และคำใกล้เคียง ก่อนถ่วงน้ำหนักด้วย GDP โลก

พูดง่าย ๆ คือ

มันคือดัชนีที่วัดว่า “ผู้นำ นักวิเคราะห์ และภาคธุรกิจ กำลังพูดถึงความไม่แน่นอนบ่อยแค่ไหน”

และตอนนี้…

มันสูงสุดในรอบ 30 กว่าปี

---

## แล้วทำไมครั้งนี้ถึงพุ่งแรงกว่าทุกวิกฤต?

เพราะครั้งนี้ไม่ใช่ shock เดียวแบบโควิด

ไม่ใช่ collapse แบบ Lehman Brothers

แต่มันคือ “ความไม่แน่นอนเชิงโครงสร้าง” ที่มาพร้อมกันหลายมิติ

### 

สงครามการค้า กลายเป็นอาวุธภูมิรัฐศาสตร์

ภาษีศุลกากรไม่ใช่เรื่องเศรษฐกิจอีกต่อไป

มันคือเครื่องมือกดดันทางการเมือง

ธุรกิจทั่วโลกไม่รู้ว่าอีก 6–12 เดือนข้างหน้าจะโดนภาษีเพิ่มกี่เปอร์เซ็นต์

ผลคือ CapEx ถูกเลื่อน การขยายโรงงานถูกชะลอ

### 

ความผันผวนนโยบายสหรัฐ

เรื่องความเป็นอิสระของ Fed

เรื่องหนี้สาธารณะ

เรื่อง fiscal cliff

ทุกอย่างสร้าง policy shock ต่อเนื่อง

### 

โลกหลายขั้ว (Multipolar World)

สงครามยูเครนยังไม่จบ

ตะวันออกกลางยังตึงเครียด

US–China แข่งขันเต็มรูปแบบ

โลกไม่ได้มีศูนย์กลางเดียวอีกต่อไป

### 

การเติบโตที่ชะลอ

IMF คาด GDP โลกปี 2026 โตเพียงราว 2.7–3%

ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว

เมื่อ growth ช้า + uncertainty สูง

วงจรชะงักงัน (vicious cycle) เกิดง่ายมาก

---

## แต่ทำไมตลาดหุ้นยังดูนิ่ง?

นี่คือสิ่งที่น่าสนใจ

แม้ดัชนีความไม่แน่นอนจะพุ่งทำสถิติ

แต่ตลาดอย่าง S&P 500 ยังยืนในระดับสูง

เพราะตลาดอาจ “ปรับตัวกับความไม่แน่นอนเรื้อรัง” ไปแล้ว

หรืออาจเพราะมันยังไม่มี catalyst ใหญ่ที่ทำให้ทุกอย่างระเบิด

แต่ในโลกที่ uncertainty สูง

Risk premium จะค่อย ๆ แทรกซึม

การประเมินมูลค่า (valuation) จะถูกกด

เงินสดและ hedge จะมีบทบาทมากขึ้น

---

## สิ่งที่เริ่มเห็นแล้วในโลกจริง

• บริษัทชะลอการลงทุนระยะยาว

• การจ้างงานเริ่มระมัดระวัง

• ห่วงโซ่อุปทานกระจายตัวมากขึ้น (friend-shoring, near-shoring)

• นักลงทุนเข้าสู่ “wait and see mode”

• Safe haven อย่างทองคำ หรือสินทรัพย์ที่ไม่ผูกกับรัฐบางประเภท ได้แรงซื้อ

---

## สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจ

WUI คือ “ความไม่แน่นอนที่รับรู้”

ไม่ใช่หายนะที่เกิดขึ้นแล้ว

มันสะท้อนความกังวล

ไม่ใช่ตัวเลข GDP ที่ติดลบ

และประวัติศาสตร์สอนเราว่า

ช่วงที่ความไม่แน่นอนสูงที่สุด

มักเป็นช่วงที่การจัดพอร์ตอย่างมีวินัยสำคัญที่สุด

---

## โลกกำลังกลัว…หรือโลกกำลังปรับตัว?

ถ้าโควิดคือพายุลูกใหญ่ที่ถาโถมครั้งเดียว

ปี 2026 คือหมอกหนาที่ยืดเยื้อ

เราอาจไม่ได้เห็นการล่มสลายฉับพลัน

แต่เราจะเห็นการชะลออย่างระมัดระวัง

การ hedge มากขึ้น

การเลือกข้างมากขึ้น

และการกระจายความเสี่ยงมากขึ้น

โลกไม่ได้พัง

แต่โลกกำลัง “คิดหนัก”

และในโลกที่ไม่แน่นอนที่สุดในประวัติศาสตร์

คนที่อยู่รอดไม่ใช่คนที่ทำนายถูกเสมอ

แต่คือคนที่เตรียมพร้อมต่อความไม่แน่นอน

 

 

ที่มาเนื้อหาจาก…  KIM Property Live


อินทรีย์ไม่บินเป็นฝูง