📍หุ้นไทยกับความหวัง 1,500 จุด : เมื่อเสถียรภาพการเมือง กลายเป็นตัวแปรหลักของตลาดทุน

ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจไทยยังขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ ภาพที่เริ่มชัดขึ้นในตลาดทุนไทยไม่ใช่การคาดหวัง “การเติบโตแรง” หากแต่เป็นการประเมินว่า จุดต่ำสุดได้ผ่านไปแล้วหรือยัง และคำตอบของหลายสำนักลงทุนในเวลานี้คือ ความเชื่อมั่นกำลังกลับมา
บทวิเคราะห์จาก บล.ทิสโก้ และ บลจ.กสิกรไทย สะท้อนมุมมองสอดคล้องกันว่า เสถียรภาพของรัฐบาลชุดใหม่ อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศ ทั้งในเชิงเศรษฐกิจและตลาดทุน โดยมีเป้าหมายเชิงจิตวิทยาที่ตลาดพูดถึงตรงกัน คือ ดัชนีหุ้นไทยระดับ 1,500 จุด
แม้ประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้ยังอยู่ในกรอบจำกัดเพียง 1.2–1.6% แต่ทุกสำนักต่างเปิด “Upside Scenario” ไว้ หากรัฐบาลสามารถเดินนโยบายได้จริงและรวดเร็ว โดยเฉพาะมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อและตลาดทุนอย่าง “คนละครึ่งพลัส 2” และโครงการ TISA ซึ่งถูกมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการปลุกกระแสเงินในประเทศให้กลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจและตลาดหุ้นอีกครั้ง
💦การเมืองนิ่ง = Risk Premium ลด
สิ่งที่ตลาดตอบรับในรอบนี้ ไม่ใช่ตัวเลข GDP แต่คือ ความเสี่ยงเชิงนโยบายที่ลดลง
การมีรัฐบาลที่สามารถผลักดันนโยบายได้ต่อเนื่อง ช่วยลดความไม่แน่นอน ซึ่งสะท้อนผ่านมุมมองของสถาบันการเงินขนาดใหญ่ รวมถึงการประเมินจากฝั่งธนาคารอย่าง TTB ที่แม้ตั้งเป้าสินเชื่อเติบโตต่ำเพียง 0–2% แต่ยอมรับตรงกันว่า “การเมืองนิ่ง” คือปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและผู้บริโภค
ในอีกด้านหนึ่ง บล.ดีบีเอสฯ ยังเตือนว่าภาพเศรษฐกิจโลกและการเงินสหรัฐฯ ยังคงผันผวนสูง จึงแนะนำกลยุทธ์การลงทุนเชิงปกป้องพอร์ต แม้จะยังคงเป้าดัชนีหุ้นไทยที่ 1,500 จุด บนสมมติฐาน EPS โตประมาณ 7% และเม็ดเงินลงทุนไหลกลับจากความเชื่อมั่นเชิงนโยบาย
🗯️🗯 หุ้น Domestic Play กลับมาอยู่ในโฟกัส
การคาดการณ์ว่ารัฐบาลที่นำโดย “ภูมิใจไทย” จะเน้นนโยบายกระตุ้นการบริโภคในประเทศ ส่งผลให้หุ้น Big Cap ในกลุ่ม พาณิชย์ ธนาคาร และอาหาร ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นกลุ่มเป้าหมาย โดยมีถึง 34 บริษัทที่โบรกเกอร์ประเมินว่าจะได้รับอานิสงส์โดยตรง บางส่วนมีอัพไซด์ราคาสูงกว่า 50–90% จากระดับปัจจุบัน
ขณะเดียวกัน หุ้นเชิงโครงสร้างและวัฏจักรเศรษฐกิจอย่าง BAM ที่โชว์ผลงานเก็บหนี้นิวไฮในรอบ 5 ปี และ SIRI ที่เข้าถึงแหล่งเงิน Green Loan ตามเกณฑ์ Thailand Taxonomy สะท้อนว่า เงินทุนยังคงเลือกไหลไปยังบริษัทที่มี Business Model ชัด Governance ดี และสอดรับกับทิศทาง ESG
❣️❣ ปัจจัยภายนอกยังไม่เอื้อ Risk-on เต็มตัว
ราคาสินค้าโภคภัณฑ์หลัก ทั้งน้ำมัน ถ่านหิน โลหะ และค่าระวางเรือ ยังอ่อนตัว ขณะที่ทองคำ เงิน และคริปโตอยู่ในช่วงพักฐาน สะท้อนว่าภาพการลงทุนโลกยังไม่เข้าสู่โหมดเสี่ยงเต็มรูปแบบ
ดังนั้น การฟื้นตัวของตลาดหุ้นไทยในระยะนี้ จึงเป็น Local Story อย่างแท้จริง — ขึ้นอยู่กับการเดินนโยบายภายในประเทศมากกว่ากระแสโลก
บทสรุปสำหรับนักลงทุน
ดัชนี 1,500 จุด ไม่ใช่ของฟรี และไม่ใช่การฟื้นตัวจากเศรษฐกิจที่แข็งแรง
แต่เป็นผลของ ความคาดหวังว่า “ระบบจะเดินได้”
หากรัฐบาลใหม่สามารถเร่งนโยบาย กระตุ้นกำลังซื้อ และเดินหน้าโครงสร้างตลาดทุนอย่าง TISA ได้จริง ตลาดมีเหตุผลเพียงพอที่จะให้ Valuation ที่สูงขึ้น
แต่หากความล่าช้ากลับมา ความคาดหวังนี้ก็อาจถูกรีบถอนอย่างรวดเร็วเช่นกัน
สำหรับนักลงทุน นี่คือช่วงเวลาที่ต้อง เลือกหุ้นมากกว่าดูดัชนี และจับตานโยบายให้ใกล้กว่าตัวเลขเศรษฐกิจ
เพราะรอบนี้… ตลาดไม่ได้ถามว่าเศรษฐกิจดีแค่ไหน
แต่ถามว่า รัฐบาล “ทำได้จริงหรือไม่”
📌… ร้อยแปดพันก้าว…💫