OR กำไร Q4/68 ลดลง 20 % ที่ 2 พันล้าน รับตั้งสำรอง 343 ล้านและผลกระทบค่าเงิน
By กรุงเทพธุรกิจ
OR รายงาน Q4/68 มีกำไร 2,078 ล้านบาท ลดลง 20 % จากไตรมาสก่อน มีตั้งสำรองด้อยค่าเงินลงทุน 343 ล้านบาท และกระทบจากค่าเงิน ส่วนปี 68 กำไร 11,304 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 47.8% จากปีก่อน
บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR รายงานผลการดำเนินงาน 4Q/68 มีรายได้ขายและบริการ 155,535 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,935 ล้านบาท (+1.3%) เมื่อเทียบกับ 3Q/68 ตามปัจจัยฤดูกาล โดยกลุ่มธุรกิจ Mobility เพิ่มขึ้น 2.1% จากปริมาณจำหน่ายที่ปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันอากาศยานและดีเซล และกลุ่มธุรกิจ Lifestyle เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกันที่ 3.9% จากทั้งธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่ม และธุรกิจค้าปลีกอื่น ๆ
ในขณะที่กลุ่มธุรกิจ Global ลดลง 20.1% จากปริมาณจำหน่ายที่ลดลง โดยหลักจากประเทศฟิลิปปินส์ ใน 4Q/68 มี EBITDA จำนวน 4,443 ล้านบาท ลดลง 435 ล้านบาท (-8.9%)จากไตรมาสก่อนหน้า โดยหลักจากกลุ่มธุรกิจ Global ที่ภาพรวมกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรปรับตัวลดลง และกลุ่มธุรกิจ Lifestyle ที่ค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่ปรับเพิ่มขึ้น ในขณะที่กลุ่มธุรกิจ Mobility ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ตามปริมาณจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น
แม้ว่ากำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรจะทรงตัว สำหรับภาพรวมค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มขึ้น โดยหลักจากค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร และค่าโฆษณาประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการขาย
สำหรับส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน (Share of gain from investments) ภาพรวมลดลงเล็กน้อย ในไตรมาสนี้อัตราแลกเปลี่ยน สกุลเงินบาทเทียบดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าขึ้น ส่งผลให้เกิดผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน และมีผลกำไรจากตราสารอนุพันธ์
รวมทั้งมีการตั้งสำรองด้อยค่าเงินลงทุนในบริษัทร่วมจำนวน 343 ล้านบาท ทำให้ใน 4Q/68 OR มีกำไรสุทธิจำนวน 2,078 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อน 536 ล้านบาท (-20.5%) และคิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.17 บาท
ผลการดำเนินงานปี 2568 มีรายได้ขายและบริการ 658,723 ล้านบาท ลดลง 65,235 ล้านบาท (-9.0%) เมื่อเทียบปี 2567 โดยหลักจากกลุ่มธุรกิจ Mobilityและกลุ่มธุรกิจ Global ลดลง 10.2% และ 14.7% ตามลำดับ จากราคาจำหน่ายเฉลี่ย ต่อลิตรที่ปรับลดลง ตามราคาน้ำมันในตลาดโลก ประกอบกับปริมาณจำหน่ายที่ลดลง
โดยเฉพาะประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นผลกระทบมาจาก สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา ถึงแม้ว่ากลุ่มธุรกิจ Lifestyle จะปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.8% จากทั้งธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม และธุรกิจค้าปลีกอื่น ๆ ตามการขยายสาขา และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง
ปี 2568 มี EBITDA จำนวน 20,357 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,691 ล้านบาท (+15.2%) จากปีก่อนหน้า โดยกลุ่มธุรกิจ Mobility จากกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยหลักจากน้ำมันอากาศยานและดีเซล และกลุ่มธุรกิจ Lifestyleจาก ธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่มที่กำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น
ประกอบกับค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่ลดลง เป็นผลมาจากการยุติธุรกิจที่ ผลประกอบการไม่เป็นไปตามแผนในปี 2567 ในขณะที่กลุ่มธุรกิจ Global ลดลงจากกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรที่ลดลง ในประเทศกัมพูชา และฟิลิปปินส์เป็นหลัก
สำหรับภาพรวมค่าใช้จ่ายดำเนินงานปรับลดลง 3.8% จากค่าเช่าและค่าจ้างบุคคลภายนอก สำหรับส่วนแบ่งกำไรจาก เงินลงทุน (Share of gain from investment) ภาพรวมเพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทร่วมทุนในประเทศเมียนมาได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน ในปี 2567 ในงวดนี้อัตราแลกเปลี่ยนแข็งค่าขึ้น ส่งผลให้เกิดผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน และมีผลกำไรจากตราสารอนุพันธ์
ส่งผลให้ใน ปี 2568 OR มีกำไรสุทธิจำนวน 11,304 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3,654 ล้านบาท (+47.8%) คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.94 บาท
ที่มา.. https://www.bangkokbiznews.com/finance/stock/1220701