เปิดแผนที่เศรษฐกิจไทย: เจาะจุดแข็งจังหวัดผ่าน GPP
เศรษฐกิจไทยไม่ได้มีแผนที่เดียว แต่มี 77 แผนที่ซ้อนกันอยู่ภายใต้คำว่า “ประเทศ”
เวลาพูดถึง GDP (Gross Domestic Product) เรามักเห็นภาพรวมทั้งระบบ แต่เมื่อเปิดดู GPP (Gross Provincial Product) เราจะพบว่าโครงสร้างเศรษฐกิจไทยมีลักษณะกระจุกตัวอย่างชัดเจน บางจังหวัดคือหัวรถจักร บางจังหวัดยังเป็นตู้พ่วง และบางพื้นที่ยังรอรางรถไฟเส้นใหม่

GDP บอกภาพรวมเศรษฐกิจทั้งประเทศ
GPP บอกขนาดเศรษฐกิจแต่ละจังหวัด
เมื่อมอง GPP เราเห็นอะไรบ้าง
ขนาดเศรษฐกิจไม่ได้กระจายอย่างเท่าเทียม
ข้อมูลปี 2023 จากสภาพัฒน์ระบุว่า เพียง 10 จังหวัด สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกันประมาณ 67% ของ GPP ทั้งประเทศ กรุงเทพมหานครเพียงจังหวัดเดียวมีมูลค่ากว่า 4 ล้านล้านบาท
จังหวัดในกลุ่ม EEC อย่างชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา มีสัดส่วนอุตสาหกรรมสูง โดยระยองและฉะเชิงเทรามากกว่า 70% ขณะที่ชลบุรีมากกว่าครึ่งหนึ่ง สะท้อนบทบาทฐานการผลิตหลักของประเทศ
โครงสร้างเศรษฐกิจแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ
กรุงเทพมหานครและนนทบุรีพึ่งพาภาคบริการในสัดส่วนสูงมาก โดยบริการคิดเป็นกว่า 80–90% ของมูลค่าเศรษฐกิจจังหวัด กิจกรรมหลักคือการเงิน การค้าปลีก โลจิสติกส์ และบริการสมัยใหม่ เศรษฐกิจของพื้นที่เหล่านี้จึงเชื่อมโยงกับการบริโภคและกิจกรรมมูลค่าเพิ่มสูงเป็นหลัก
ในทางตรงกันข้าม จังหวัดอุตสาหกรรมอย่างระยองและฉะเชิงเทรามีสัดส่วนอุตสาหกรรมมากกว่า 70% ขณะที่ชลบุรีมีมากกว่าครึ่งหนึ่ง โครงสร้างเช่นนี้ทำให้พื้นที่เหล่านี้ผูกกับวัฏจักรเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด เมื่อการค้าโลกชะลอ ผลกระทบจึงส่งผ่านเข้ามาเร็ว
การกระจุกตัวเป็นทั้งพลังและข้อจำกัด
การรวมศูนย์กิจกรรมทางเศรษฐกิจช่วยสร้างประสิทธิภาพ เกิดคลัสเตอร์ เกิดห่วงโซ่อุปทานครบวงจร และดึงดูดการลงทุนขนาดใหญ่ได้ง่ายขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่ง การกระจุกตัวก็สร้างความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ โอกาส และคุณภาพชีวิตระหว่างจังหวัดอย่างชัดเจน จังหวัดที่อยู่นอกศูนย์กลางอุตสาหกรรมหรือบริการสมัยใหม่ มักพึ่งพาเกษตรกรรมหรือกิจกรรมมูลค่าเพิ่มต่ำ ซึ่งจำกัดศักยภาพการเติบโตในระยะยาว
ความต่างของ GPP คือผลลัพธ์ของโครงสร้างการผลิต การลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน และนโยบายในอดีต
ภาคบริการนำเศรษฐกิจเมืองใหญ่
กรุงเทพมหานครและนนทบุรีมีสัดส่วนภาคบริการสูงถึง 89.4% และ 81.2% สะท้อนบทบาทศูนย์กลางธุรกิจ การเงิน การค้าปลีก และโลจิสติกส์ เศรษฐกิจของพื้นที่เหล่านี้จึงผูกกับกิจกรรมมูลค่าเพิ่มสูง และเชื่อมโยงกับการบริโภคภายในประเทศเป็นหลัก
สมุทรปราการมีโครงสร้างผสม บริการกว่า 56% และอุตสาหกรรมราว 43% จากบทบาทของท่าเรือ สนามบินสุวรรณภูมิ และนิคมอุตสาหกรรม ทำให้เป็นทั้งฐานการผลิตและศูนย์กระจายสินค้าในเวลาเดียวกัน
ภาคอุตสาหกรรมเป็นหัวรถจักรการส่งออก
ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทราเป็นแกนกลางอุตสาหกรรมในเขต EEC มีโรงงานยานยนต์ ปิโตรเคมี และเทคโนโลยีขั้นสูง โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ทำให้พื้นที่เหล่านี้เชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานโลกอย่างแน่นแฟ้น แต่ก็ทำให้ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกส่งผ่านเข้ามาได้รวดเร็ว
ปทุมธานีและพระนครศรีอยุธยาเป็นฐานผลิตอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ขณะที่สมุทรสาครและนครปฐมโดดเด่นด้านอุตสาหกรรมอาหาร แปรรูปสินค้าเกษตร และโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ
ภาคเกษตรยังเป็นรากฐานสำคัญ
แม้เกษตรไม่ใช่ตัวนำในจังหวัดเศรษฐกิจขนาดใหญ่ แต่ในหลายจังหวัดที่มีขนาดเศรษฐกิจเล็กกว่า ภาคเกษตรยังเป็นฐานการจ้างงานหลักและแหล่งรายได้ของครัวเรือน ความท้าทายคือการยกระดับผลิตภาพและเพิ่มมูลค่า เพื่อให้พื้นที่เหล่านี้เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมหรือบริการให้มากขึ้นและไม่ติดอยู่ในกับดักรายได้ต่ำระยะยาว
GPP คือเข็มทิศเชิงพื้นที่
สำหรับนักลงทุน GPP คือข้อมูลที่ช่วยชี้ว่าพื้นที่ใดมีฐานเศรษฐกิจแข็งแรง หรือกำลังเปลี่ยนผ่านสู่โครงสร้างใหม่
สำหรับผู้กำหนดนโยบาย GPP คือแผนที่ความเหลื่อมล้ำที่ต้องออกแบบการพัฒนาให้สอดคล้องกับศักยภาพเฉพาะของแต่ละจังหวัด ไม่ใช่ใช้สูตรเดียวกับทั้งประเทศ
ความยั่งยืนของเศรษฐกิจไทยในระยะยาวไม่ได้วัดจากความแข็งแรงของศูนย์กลางเพียงไม่กี่แห่ง แต่วัดจากความสามารถของทั้ง 77 จังหวัดในการเติบโตไปด้วยกัน
.
เรื่องและภาพ: สุธาสินี พงษ์สนาม Economic Data Analytics Team
════════════════
ที่มาเนื้อหาจาก.. Bnomics by Bangkok Bank