'การบินไทย' ผวารัฐคุมบอร์ดใหม่ หวั่นรื้อแผนจัดหาเครื่องบิน 35 ลำ
- "การบินไทย" ตั้งบอร์ดใหม่ 9 คน หวั่นรัฐคุมนโยบาย จับตา "พล.อ.อ.อำนาจ-ปิยสวัสดิ์-ชาญศิลป์" เตรียมครบวาระใน 1 ปี หวั่นรื้อสัญญา Option Order จัดหาเครื่องบิน 35 ลำ เปลี่ยนรุ่นเปลี่ยนเงื่อนไขได้
- คืบหน้าแก้แผนฟื้นฟูกิจการ ปลดล็อกครบ 4 เงื่อนไข เตรียมยื่นออกจากแผนฟื้นฟูกิจการ เม.ย.นี้ กลับไปซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในเดือน มิ.ย.2568
- กางแผนรับมอบเครื่องบินเพิ่ม 9 ลำ เสริมทัพจากปัจจุบัน 79 ลำ หวังดันผู้โดยสารปีนี้แตะ 16.5 ล้านคน ขณะที่หนี้สะสมคงเหลือ 8.7 หมื่นล้านบาท มั่นใจใช้ครบตามกำหนด
บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กำลังเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของแผนฟื้นฟูกิจการ โดยได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่เพื่อเข้ามาบริหารนโยบายหลังออกจากฟื้นฟูกิจการนั้น เบื้องต้นเสนอรายชื่อเข้าสู่การพิจารณาของผู้ถือหุ้นรวม 9 ราย แบ่งเป็น กรรมการ จำนวน 6 ราย ได้แก่
1.นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง
2.ดร.กุลยา ตันติเตมิท อธิบดีกรมสรรพสามิต
3.นายชาครีย์ บำรุงวงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม
4.พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ
5.นายชาติชาย โรจนรัตนางกูร ตัวแทนจากสหกรณ์ออมทรัพย์การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จำกัด
6.นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการบินไทย
กรรมการอิสระ 3 ราย ประกอบด้วย
1.นายณปกรณ์ ธนสุวรรณเกษม ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการเงินการธนาคาร ประธานกรรมการ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน)
2.นายยรรยง เดชภิรัตนมงคล อัยการพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด
3.นายสัมฤทธิ์ สำเนียง อดีตผู้บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ.

ทั้งนี้ หลังได้รับมติอนุมัติจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นแล้ว และได้รับอนุญาตจากศาลล้มละลายกลางแล้วจะดำเนินการจดทะเบียนการเปลี่ยนแปลงจำนวนกรรมการ และการแต่งตั้งจดทะเบียนกรรมการใหม่ ก่อนยื่นคำร้องต่อศาลล้มละลายกลางขอยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ
แหล่งข่าวจากการบินไทย กล่าวว่า รายชื่อผู้เข้ามาเป็นกรรมการหลายคนมาจากภาครัฐหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับภาครัฐ ยกเว้นนายชาติชาย โรจนรัตนางกูร ที่เป็นกรรมการในสัดส่วนเจ้าหนี้ที่แปลงหนี้เป็นทุน ซึ่งทำให้มีความกังวลต่อนโยบายของกรรมการชุดใหม่
รวมทั้งแม้จะมีกรรมการปัจจุบันรวมอยู่ด้วย 3 คน คือ พล.อ.อ.อำนาจ จีระมณีมัย , นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ และนายชาญศิลป์ ตรีนุชกร แต่ดำรงตำแหน่งก่อนการเข้าแผนฟื้นฟูกิจการและจะครบวาระในอีก 1 ปี จึงทำให้จับตาดูว่าใครจะมาเป็นประธานกรรมการคนใหม่
นอกจากนี้ ต้องจับตาดูสัญญาจัดหาเครื่องบินและเครื่องยนต์ ซึ่งแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1.สัญญากับบริษัท โบอิ้ง และ บริษัท จีอี แอโรสเปซ จำนวน 45 ลำ 2.การทำข้อตกลงมีสิทธิในการจัดหาเพิ่มเติม (Option Order) อีก 35 ลำ โดยข้อตกลงการจัดหาเครื่องบินจำนวนหลังนี้ยังมีสิทธิในการเปลี่ยนแปลงคำสั่งซื้อได้ ซึ่งเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับอำนาจบอร์ดชุดใหม่ด้วย

การบินไทยเร่ง 4 เงื่อนไขออกจากแผน
นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ประธานคณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทฯ อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการดำเนินการตามแผนฟื้นฟู 4 เงื่อนไข ประกอบด้วย
1.จดทะเบียนเพิ่มทุนเพื่อรองรับการปรับโครงสร้างทุน
2.ไม่ผิดนัดชำระหนี้
3.EBITDA ไม่น้อยกว่า 2 หมื่นล้านบาท ในรอบ 12 เดือนย้อนหลัง และมีส่วนของผู้ถือหุ้นเป็นบวก
4.การแต่งตั้งกรรมการใหม่ ซึ่งเสนอรายชื่อให้ผู้ถือหุ้นรับรองในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น วันที่ 18 เม.ย.นี้
ขณะที่กรอบการดำเนินงานเพื่อยื่นออกจากแผนฟื้นฟูกิจการนั้น คาดว่าภายในเดือน เม.ย.นี้ จะยื่นต่อศาลล้มละลายกลางเพื่อขอออกจากแผนฟื้นฟูกิจการ หลังจากนั้นคาดว่าเดือน พ.ค.นี้ ศาลล้มละลายกลางอนุมัติยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ ขณะเดียวกันช่วงต้น-กลาง มิ.ย.นี้ จะดำเนินการให้มีคุณสมบัติครบตามการยื่นขอกลับไปซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ และภายในเดือน มิ.ย.2568 หุ้นจะกลับไปซื้อขาย
"การกลับไปเทรดในตลาดช่วงตลาดผันผวนนั้น มองว่าความผันผวนเกิดขึ้นตลอด แต่การบินไทยมั่นใจการฟื้นฟูกิจการ และกำหนดไว้ว่าเมื่อออกจากการฟื้นฟูกิจการแล้วจะกลับเข้าไปซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อทำให้ผู้ถือหุ้นได้ซื้อขายหลักทรัพย์ตามเป้ากลางปีนี้"

ลดพาร์-ทุนจดทะเบียนล้างขาดทุนสะสม
อย่างไรก็ดี เพื่อทำให้ผู้ถือหุ้นมั่นใจและได้รับประโยชน์จากการจ่ายเงินปันผล ที่ประชุมคณะผู้บริหารแผนวันที่ 25 ก.พ.2568 อนุมัติการลดมูลค่าที่ตราไว้ (Par Value) ของหุ้นของบริษัทฯ จากหุ้นละ 10 บาท เป็นหุ้นละ 1.30 บาท เพื่อชดเชยผลขาดทุนสะสมทางบัญชีให้ใกล้เคียงศูนย์มากที่สุด โดยจะทำให้ทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้วลดลงจาก 283,033 ล้านบาท เป็นจำนวน 36,794 ล้านบาท และทำให้ผลขาดทุนสะสมลดเหลือ 180 ล้านบาท
ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าหนี้หรือบริษัทฯ แต่อย่างใด และไม่กระทบต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวมในงบการเงินของบริษัทฯ อีกทั้ง ไม่กระทบมูลค่าบริษัทหรือมูลค่าต่อหุ้นเพราะมูลค่าต่อหุ้นไม่ถูกกำหนดจาก Par Value และเปิดโอกาสให้บริษัทฯ พิจารณาจ่ายเงินปันผลในอนาคตให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ รวมถึงเจ้าหนี้จากการแปลงหนี้เป็นทุน
และเป็นการเพิ่มความน่าสนใจของหุ้นให้แก่นักลงทุนภายหลังการกลับเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือหากในอนาคต บริษัทฯ ต้องการที่จะระดมทุนเพิ่มเติมโดยการออกหุ้นเพิ่มทุนเพื่อนำมาใช้ในการประกอบกิจการหรือชำระหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการ บริษัทฯ ก็สามารถดำเนินการได้โดยไม่ติดขัดเรื่องผลขาดทุนสะสมซึ่งเป็นเพียงตัวเลขทางบัญชีอีกต่อไป
เตรียมรับมอบเครื่องบินใหม่ 9 ลำ
นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปีนี้บริษัทฯ มีแผนเพิ่มรายได้ต่อเนื่อง โดยจะรับมอบเครื่องบินเพิ่มเติมจำนวน 9 ลำ จากปัจจุบันที่มีอยู่จำนวน 79 ลำ โดยจะรับมอบแล้วเสร็จภายในไตรมาส 3 ปีนี้ ประกอบด้วย แอร์บัส A330 จำนวน 7 ลำ แอร์บัส A321 จำนวน 1 ลำ และแอร์บัส A330-300 จำนวน 1 ลำ
โดยเมื่อมีการรับมอบเครื่องบินเหล่านี้บริษัทฯ จะนำไปเพิ่มความถี่จุดบินที่มีศักยภาพ เช่น จีน อินเดีย ญี่ปุ่น และเยอรมัน เพื่อทำให้ภาพรวมผู้โดยสารปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 16.5 ล้านคน จากปี 2567 ที่มีจำนวน 16 ล้านคน

นายชาย กล่าวด้วยว่า หลังจากออกจากแผนฟื้นฟูแล้วการบินไทยมั่นใจว่าจะดำเนินธุรกิจเพิ่มรายได้ต่อเนื่อง เพราะการแข่งขันที่รุนแรงยังไม่เกิดขึ้น และอุตสาหกรรมการบินยังเผชิญปัญหาเครื่องบินที่มีจำกัดไม่สามารถเพิ่มบริการได้ โดยผลจากการหารายได้ต่อเนื่องนั้น การบินไทยมั่นใจใช้หนี้ที่สะสมคงเหลือ 8.7 หมื่นล้านบาทตามกำหนด และจ่ายหนี้ค่าเช่าเครื่องบินที่จะเกิดขึ้น 9 หมื่นล้านบาทตามกำหนด และหมดในปี 2579
นอกจากนี้ การบินไทยชี้แจงผลการดำเนินงานปี 2567 มีรายได้รวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) 187,989 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ซึ่งมีรายได้รวม 161,067 ล้านบาท คิดเป็นเพิ่มขึ้น 16.7% ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานก่อนต้นทุนทางการเงิน (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) อยู่ที่ 41,515 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ซึ่งมีกำไร 40,211 ล้านบาท คิดเป็นเพิ่มขึ้น 3.2%
อย่างไรก็ตามหลังจากปรับโครงสร้างธุรกิจ ซึ่งมีผลทางบัญชี ทำให้การบินไทยมีผลขาดทุน 26,901 ล้านบาท แต่ยืนยันว่าตัวเลขดังกล่าวไม่เป็นการสะท้อนการดำเนินงานแท้จริง เพราะเป็นรายการทางบัญชีที่เกิดขึ้นครั้งเดียว
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ได้หารือร่วมกับสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เพื่อเข้าร่วมประมูลโครงการพัฒนาศูนย์ซ่อมอากาศยานอู่ตะเภา ตามที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) อยู่ระหว่างเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อดำเนินโครงการและกำหนดเงื่อนไขคัดเลือกผู้ลงทุน
อย่างไรก็ตามเบื้องต้นประเมินว่าโครงการดังกล่าวจะใช้งบลงทุน1 หมื่นล้านบาท โดยการบินไทยจะเป็นผู้ลงทุนหลัก เนื่องจากมีความเชี่ยวชาญในธุรกิจนี้ ขณะที่สัดส่วนการลงทุนจะเป็นอย่างไรนั้น ต้องรอให้มีการลงนามสัญญาร่วมกับบางกอกแอร์เวย์สแล้วเสร็จจึงจะเปิดเผยได้
ที่มา https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1168597