**“สหรัฐกำลังจ่ายดอกเบี้ยให้โลก” — หนี้อเมริกาเริ่มหนักเกินควบคุม หรือแค่พายุที่ยังไม่ระเบิด?**
ช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลายคนพูดถึง “หนี้สหรัฐฯ” แต่ตัวเลขล่าสุดอาจทำให้ภาพชัดขึ้นกว่าเดิม…

แค่ไตรมาส 3 ปี 2025
สหรัฐฯ จ่ายดอกเบี้ยให้ “นักลงทุนต่างชาติ” สูงถึง **292,000 ล้านดอลลาร์**
เป็นสถิติสูงสุดใหม่ และเพิ่มขึ้นมากกว่า **2 เท่า** จากปี 2020
หรือมากกว่า **6 เท่า** เมื่อเทียบก่อนวิกฤตปี 2008
คำถามคือ… นี่คือสัญญาณเตือนวิกฤต หรือแค่ต้นทุนของการเป็นมหาอำนาจ?
---
เงินดอกเบี้ยกำลังไหลออกจากอเมริกา
ข้อมูลจาก Bureau of Economic Analysis ระบุว่า ปัจจุบันต่างชาติถือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ประมาณ **9.1–9.3 ล้านล้านดอลลาร์** คิดเป็นราว **30% ของหนี้ที่หมุนเวียนในตลาด**
ประเทศที่ถือมากที่สุด ได้แก่
ญี่ปุ่น ~ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์
อังกฤษ ~ 0.89 ล้านล้าน
จีน ~ 0.68 ล้านล้าน (ลดลงต่อเนื่อง)
เมื่อดอกเบี้ยสูงขึ้น เงินที่รัฐบาลต้องจ่ายจึง “ไหลออกนอกประเทศ” มากขึ้น
ต่างจากดอกเบี้ยที่จ่ายให้คนในประเทศ เพราะเงินนั้นยังหมุนในเศรษฐกิจ
แต่ดอกเบี้ยที่จ่ายให้ต่างชาติ คือเงินที่หายไปจริง
หลายฝ่ายจึงเรียกสิ่งนี้ว่า
**“ภาษีทางอ้อมที่อเมริกาจ่ายให้โลก”**
---
ทำไมดอกเบี้ยพุ่งแรงขนาดนี้?
สาเหตุหลักมี 3 อย่าง
ดอกเบี้ยยุคใหม่สูงกว่าเดิมหลายเท่า
ช่วงปี 2020 รัฐบาลกู้เงินที่ดอกเบี้ยใกล้ 0%
แต่ตอนนี้พันธบัตรใหม่อยู่ระดับ 4–5%+
เมื่อหนี้เก่าหมดอายุและต้อง rollover
ต้นทุนจึงพุ่งทันที
---
หนี้เพิ่มเร็วเกิน GDP
หลังโควิด รัฐบาลใช้จ่ายมหาศาล
ทำให้ยอดหนี้เติบโตเร็วกว่าเศรษฐกิจ
ผลคือ…
ดอกเบี้ยกลายเป็น “งบรายจ่ายที่โตเร็วที่สุด” ของรัฐบาล
---
ต่างชาติยังซื้อ Treasuries ต่อเนื่อง
แม้จีนและบางประเทศในกลุ่ม BRICS ลดการถือครอง
แต่ญี่ปุ่น อังกฤษ และยุโรปยังซื้อเพิ่ม
เหตุผลหลักคือ
Treasuries ยังเป็น Safe Haven อันดับ 1 ของโลก
---
มุมวิเคราะห์
สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ “ยังไม่ใช่วิกฤตแตกหัก”
แต่เป็นสิ่งที่เรียกว่า
**Structural Pressure** หรือแรงกดดันเชิงโครงสร้าง
เพราะ…
* สหรัฐฯ ยังพิมพ์เงินได้
* ดอลลาร์ยังเป็น Reserve Currency
* ตลาดพันธบัตรยังใหญ่ที่สุดในโลก
ดังนั้น โอกาสล้มละลายแบบประเทศเล็ก ๆ แทบไม่มี
แต่ปัญหาจริงคืออะไร?
---
Crowding Out Effect
เมื่อดอกเบี้ยกินงบมากขึ้น
งบด้านอื่นจะถูกบีบ เช่น
* โครงสร้างพื้นฐาน
* สวัสดิการ
* งบกลาโหม
นี่คือเหตุผลที่นักวิเคราะห์บางคนเริ่มพูดว่า
“หนี้ไม่ทำลายอเมริกาในวันนี้ แต่จะค่อย ๆ ลดพลังของมันในอีก 5–10 ปี”
---
แล้วถ้า Fed ลดดอกเบี้ยล่ะ?
มีปัจจัยผ่อนคลายอยู่บ้าง
ข้อมูลเงินเฟ้อบางดัชนีอย่าง Truflation ลดลงเหลือประมาณ **0.68% YoY**
ตลาดจึงเริ่มคาดหวังว่า Fed อาจลดดอกเบี้ย
ถ้าเกิดขึ้นจริง…
ต้นทุนดอกเบี้ยในอนาคตอาจชะลอ
แต่หนี้ก้อนใหญ่ยังอยู่
พูดง่าย ๆ คือ
การลดดอกเบี้ยช่วย “ลดความเร็วของปัญหา”
แต่ไม่ได้ลบปัญหา
---
อีกด้านที่โลกกำลังจับตา
บางประเทศเริ่มลดการถือ Treasuries และเพิ่มทองคำสำรอง
เพราะมองว่า
* ดอกเบี้ยสูง = ความเสี่ยงงบประมาณสหรัฐฯ
* ทองคำ = สินทรัพย์ที่ไม่ขึ้นกับนโยบายใคร
นี่อาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ช่วงหลัง
ธนาคารกลางทั่วโลกสะสมทองคำเพิ่มขึ้น
---
สรุปแบบตรงไปตรงมา
ตัวเลข 292,000 ล้านดอลลาร์ ไม่ได้หมายความว่าสหรัฐกำลังล้ม
แต่กำลังบอกว่า…
อเมริกากำลังเข้าสู่ยุคที่ “หนี้แพงขึ้น” อย่างจริงจัง
งบประมาณจะตึงตัวมากขึ้นในระยะยาว
และการเติบโตทางเศรษฐกิจ (เช่น AI หรือเทคโนโลยีใหม่) อาจกลายเป็นทางออกเดียวที่แท้จริง
โลกอาจยังเชื่อมั่นในดอลลาร์
แต่ต้นทุนของการเป็นมหาอำนาจ…กำลังสูงขึ้นทุกปี
และคำถามใหญ่คือ
เมื่อดอกเบี้ยกลายเป็นรายจ่ายอันดับต้น ๆ
อเมริกาจะยังขยายอำนาจเศรษฐกิจได้เหมือนเดิมหรือไม่?
นี่แหละ…คือเรื่องที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตาอยู่ตอนนี้.
เนื้อหาบทความจาก.. เพจ KIM Property Live