เชื่อว่านักลงทุนไทยไม่น้อยน่าจะรุ้จักหุ้น ASIAN หรือ บริษัท เอเชี่ยนซี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ทำธุรกิจ แปรรูปสัตว์น้ำแช่เยือกแข็ง จำหน่ายและส่งออก ได้มีการนำบริษัทลูก คือ AAI หรือ บริษัท เอเชี่ยน อะไลอันซ์ อินเตอร์ เนชั่นแนล จํากัด (มหาชน) เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
ซึ่งมีความน่าสนใจมากน้อยแค่ไหน ...
มี 5 ประเด็นที่นักลงทุนต้องรู้ก่อนจะทำความเข้าใจหุ้น AAI เพิ่มเติม มีอะไรบ้างมาดูกันครับ
1. บริษัททำธุรกิจอะไร โครงสร้างรายได้เป็นอย่างไร
AAI ทำธุรกิจผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง (Pet Food) และผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทานบรรจุภาชนะแบบปิดผนึก (Human Food)
โดยในตอนแรก บริษัทแปรรูปอาหารจากปลาทูน่าเพื่อผลิตอาหารพร้อมทาน ก่อนที่จะนำส่วนที่เหลือมาทำเป็นอาหารสัตว์แบบเปียก
ต่อมาในปี 2011 บริษัทปรับผลิตภัณฑ์มาเป็นอาหารสัตว์เลี้ยงแบบพรีเมี่ยม ขายในราคาแพงขึ้น และวัตถุดิบมีความหลากหลายมากขึ้น ซึ่งมีทั้งแบบรับจ้างผลิต (OEM) และแบบสร้างแบรนด์เป็นของตัวเอง เช่น มองชู (monchou) , มองชูบาลานซ์ (monchou balanced), ฮาจิโกะ (Hajiko), โปร (Pro) และ มาเรีย (Maria)
2. โครงสร้างรายได้
โครงสร้างรายได้ของ AAI แบ่งออกเป็น 3 ธุรกิจหลัก คือ
... รายได้จากการขายอาหารสัตว์เลี้ยง 84%
... รายได้จากการขายอาหารพร้อมทานบรรจุภาชนะปิดผนึก 13%
... รายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ผลพลอยได้ 2%
... รายได้อื่นๆ 1%
3. ผลประกอบการที่ผ่านมาเป็นอย่างไร
ในปี 2562 บริษัทมีรายได้ 3.58 พันล้านบาท กำไร 167.69 ล้านบาท
ในปี 2563 บริษัทมีรายได้ 4.51 พันล้านบาท กำไร 555.22 ล้านบาท
ในปี 2564 บริษัทมีรายได้ 4.98 พันล้านบาท กำไร 639.01 ล้านบาท
... จะเห็นได้ว่าผลประกอบการเติบโตต่อเนื่อง
โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นราวๆ 21% และอัตรากำไรสุทธิ 12.69%
และหนี้สินต่อส่วนของผุ้ถือหุ้นราวๆ 0.34-0.52 เท่า
4. โครงการลงทุนในอนาคต
บริษัทชี้แจงว่าจะมีการนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปใช้ 4 วัตถุประสงค์ด้วยกัน ประกอบไปด้วย
1. ลงทุนในโครงการขยายกำลังการผลิตอาหารสัตว์แบบเปียก จำนวนเงินประมาณ 600-700 ล้านบาท
2. ลงทุนในคลังสินค้าอัตโนมัติ จำนวนเงินประมาณ 400-500 ล้านบาท
3. เพื่อชำระคืนเงินกู้ระยะสั้นและระยะยาว ประมาณ 700-800 ล้านบาท
4. เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ซึ่งเป็นส่วนที่เหลือจากการระดมทุน
5. มุมมองของบทวิเคราะห์ มองอย่างไร ?
บล. กรุงศรี วิเคราะห์ว่ากำไรในปี 2565-2566 จะเติบโตปีละ 15% อยู่ที่ 751 ล้านบาท และ 867 ล้านบาทตามลำดับ จากปัจจัยที่เกื้อหนุน 3 ข้อด้วยกัน คือ
1. ความต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงเติบโตสูงต่อเนื่อง
2. ผลิตภัณฑ์ของบริษัทตอบสนองกลุ่มลูกค้าได้ทุก segment
3. การขยายกำลังการผลิตหลังจากระดมทุน จะช่วยหนุนการเติบโตให้ดีมากยิ่งขึ้น
ข้อมุลจาก Fortune Bisiness Insight ระบุว่าความต้องการอาหารสัตว์จะเติบโตเฉลี่ย 5.03% ตั้งแต่ปี 2564 - 2572 จากปัจจัย 3 ข้อด้วยกัน คือ
1. คนรักสัตว์มากขึ้น และต้องการเลี้ยงสัตว์มากขึ้น
2. การขยายตัวของสังคมเมือง ... Urbanization
3. คนมองสัตว์เลี้ยงเป็นหนึ่งในสมาชิกของครอบครัว
ดูเหมือนว่า AAI จะอยู่ในกลุ่มธุรกิจที่น่าสนใจ มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และตัวบริษัทเองก็มีศักยภาพที่สูงมาก
ถือเป็นหุ้นน้องใหม่ IPO ที่นักลงทุนไม่ควรมองข้ามครับ
---------------------------------------------------
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ :
ข้อมูล Filing