ยิ่งกว่า The Big Short ของ George Soros และ John Paulson เสียอีก!

Fri 6 Dec, 2019 09:57 / 7 months ago
แก้ไขล่าสุด: Fri 6 Dec, 2019 10:00 / 7 months ago

ยิ่งกว่า The Big Short ของ George Soros และ John Paulson เสียอีก! :

The Big Short ของ George Soros หมายถึงการขาย Short ค่าเงินปอนด์ ของ George Soros ในปี ค.ศ 1992 แล้วได้กําไร 2,000 ล้าน USD ซึ่งถือว่าเป็นการขาย Short ที่ประสบผลสําเร็จมากที่สุดในโลก ส่วนการขาย Short Subprime Assets ของ John Paulson ในปี ค.ศ 2008 แล้วได้กําไร 15,000 ล้าน USD ซึ่งถือว่าเป็นการขาย Short ที่ได้กําไรมากที่สุดในโลก

และข้อความข้างต้นผู้โพสต์หมายถึงกลยุทธการลงทุนดังนี้ คือ :

สรุปแผนการ Long S50Z20 ในระยะเวลา 1 ปี :

1) ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 27 ธันวาคม ปี พ.ศ 2562 โดยใช้จุดที่เปิดสถานะ S50Z20 มาอ้างอิง ถึงวันอังคารที่ 29 ธันวาคม ปี พ.ศ 2563 โดยใช้จุดที่ปิดสถานะ S50Z20 มาอ้างอิง

2) Automatic All Time Stop Loss ครั้งละ -50% ( หรือ -24.82 จุด จากจุดที่เปิดสถานะ S50Z20  ) จํานวน 3 ครั้ง รวมเป็นจํานวน -150% ( หรือ -74.46 จุด จากจุดที่เปิดสถานะ S50Z20 โดยไม่มีการ Call Margin เพราะมีการเผื่อเงินสดจํานวนหนึ่งที่เพียงพอไว้ในพอร์ตแล้ว และทําแบบต่อเนื่องโดยไม่ให้มีการขาดตอน และถ้าโดน Automatic All Time Stop Loss -150%  ก็ยังเหลือกําไรสะสมอยู่ +9.71% 

3) ปัจจัยขับเคลื่อน หรือ Driven Factors :  การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในวันที่ 3 พฤศจิกายน ปี พ.ศ 2563 ตามสถิติย้อนหลังที่เกิดขึ้นจริง 23 ครั้ง ในระยะเวลา 88 ปี และยุคแห่งทรัมป์จากบทความของศาสตราจารย์ Robert Shiller เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ปี พ.ศ 2562 

4) สรุป Sak Index จากการ Long S50Z20 เป็นระยะๆ, ทุกวันศุกร์สุดสัปดาห์และทุกวันทําการสิ้นเดือน ทั้งนี้ตั้งแต่ วันที่ 27 ธันวาคม ปี พ.ศ 2562 เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 29 ธันวาคม ปี พ.ศ. 2563

ต้นทุนเดิม :

Sak Index ประจําวันที่ 22 พฤศจิกายน ปี พ.ศ 2562 = 159.71 จุด

กําไรสะสมรวม  = +159.71% ( วันที่ 22 พฤศจิกายน ปี พ.ศ 2562 )

1) Automatic All Time Stop Loss S50H20 ที่ 1,064.5 จุด เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน ปี พ.ศ 2562 

2) กําไร/ขาดทุน = ( 1,064.5 - 1,064.5 - 0.93 ( Commission Fee and VAT )) x 200 / 10,298 = -1.81%

3) Automatic All Time Stop Loss <= 1,064.5 จุด

หมายเหตุ : 1) ที่มาจาก ( www.tfex.co.th )

2) ผลตอบแทนของศักดิ์ เป็นดังนี้ คือ :

2.1) ปี พ.ศ 2561 = +19.30%

2.2) ปี พ​.ศ 2562 = +142.22% - 1.81% +140.41%

2.3) กําไรสะสมรวม = +19.30% +140.41% = +159.71%

2.4) วันที่ 4 กันยายน ปี พ.ศ 2562 เป็นวันแรกที่กําหนด Sak Index ที่ +189.27%

3) โปรดติดตามการ Long และ Short Set 50 Index Futures ตามการปั่นและทุบหุ้นของทรัมป์ได้ใน longtunbysak.blogspot.com และ Group Facebook

ที่  https://www.facebook.com/groups/2088093934817836/  


4) ผลตอบแทนของ S&P 500 ในปีที่มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา :

 Year  Return      Candidates

1928 +43.6% Hoover vs. Smith

1932 -8.2%    Roosevelt vs. Hoover

1936 +33.9% Roosevelt vs. Landon

1940 -9.8%    Roosevelt vs. Willkie

1944 +19.7% Roosevelt vs. Dewey

1948 +5.5%  Truman vs. Dewey

1952 +18.4% Eisenhower vs. Stevenson

1956 +6.6%   Eisenhower vs. Stevenson

1960 +0.50% Kennedy vs. Nixon

1964 +16.5% Johnson vs. Goldwater

1968 +11.1% Nixon vs. Humphrey

1972 +19.0% Nixon vs. McGovern

1976 +23.8% Carter vs. Ford

1980 +32.4% Reagan vs. Carter

1984 +6.3%   Reagan vs. Mondale

1988 +16.8% Bush vs. Dukakis

1992 +7.6%   Clinton vs. Bush

1996 +23%    Clinton vs. Dole
2000 -9.1%    Bush vs. Gore
2004 +10.9% Bush vs. Kerry
2008 -37%     Obama vs. McCain
2012 +16%    Obama vs. Romney
2016 +11.9% Trump vs. Clinton

หมายเหตุ : 1) ที่มาจาก ( www.cnbc.com )

                  2) สรุปว่า หุ้นขึ้น 19 ครั้ง ( +82.61% ) และหุ้นลง 4 ครั้ง ( -17.39% ) ใน 23 ครั้ง ( 100% ) ในปีที่มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา 

                  3) เปอร์เซ็นต์การขึ้นเฉลี่ยจาก 19 ครั้ง  = +17.03% ส่วนเปอร์เซ็นต์การลงเฉลี่ย 4 ครั้ง =  -16.03% และความแตกต่าง = 17.03% - ( -16.03% ) = +33.06% 


4 comments
ศักดิ์ 7 months ago on Fri 6 Dec, 2019 09:59 / 7 months ago แก้ไขล่าสุด: Fri 6 Dec, 2019 10:00 / 7 months ago

Robert Shiller : แนวโน้มการถดถอยยังน่าจะอยู่อีกหลายปีเนื่องจากผลบวกของนโยบายของทรัมป์ :

เผยแพร่อาทิตย์, วันที่ 20 ตุลาคม  ปี ค.ศ 2019 เวลา 5:00 น. EDT

Stephanie Landsman @ STEPHLANDSMAN

Robert Shiller นักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับรางวัลโนเบลเชื่อว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอยอาจจะอยู่ห่างออกไปหลายปีเนื่องจากของนโยบายของทรัมป์ในตลาด

ข้อมูลล่าสุดจากศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยเยล ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ " กำลังสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคที่แข็งแกร่ง และเป็นกำลังสำคัญที่จะทำให้ไม่เกิดเศรษฐกิจถดถอย "

“ ผู้บริโภคกำลังอยู่ในนั้น คุณอาจสงสัยว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้นในเวลานี้สายเข้าสู่วงจร นี่คือการขยายตัวที่ยาวที่สุดที่เคยมีมา ตอนนี้คุณสามารถพูดได้ว่าการขยายตัวเป็นส่วนหนึ่ง [ ประธานาธิบดีบารัค ] โอบามา " เขาบอกกับ " ประเทศการค้า " จาก CNBC เมื่อวันศุกร์ “ แต่การต่อเนื่องยาวนานในเรื่องนี้ก็ต้องมีคำอธิบาย ”

Shiller ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินเชิงพฤติกรรมผู้ออกหนังสือเล่มใหม่ “ เศรษฐศาสตร์การบรรยาย ”  เชื่อว่าชาวอเมริกันยังคงเปิดกระเป๋าเงินให้กว้างขึ้นตามสิ่งที่ประธานาธิบดีทรัมป์เป็นแบบอย่าง: การบริโภค

“  ฉันคิดว่า [ การใช้จ่ายอย่างหนัก ] เกี่ยวข้องกับแรงบันดาลใจสำหรับหลาย ๆ คนที่จัดทำโดยประธานผู้สร้างแรงบันดาลใจของเราซึ่งเป็นแบบอย่างการใช้ชีวิตที่หรูหรา ” ชิลเลอร์กล่าว

Shiller เน้นว่ายังมีความไม่แน่นอนและความเสี่ยงรอบ ๆ Wall Street

ก่อนที่ตลาดจะเริ่มขึ้นชิลเลอร์เน้นว่าประธานาธิบดีทรัมป์ต้องผ่านการไต่สวนการถอดถอน เขามองว่านี่เป็นภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดต่อการคาดการณ์ในแง่ดีของเขา

'ยุคแห่งทรัมป์'

“ ถ้าเขารอดจากการถูกถอดถอน เขาอาจมีส่วนช่วยส่งเสริมตลาด” ชิลเลอร์กล่าว “ เราอาจอยู่ในยุคทรัมป์และฉันคิดว่าโดนัลด์ ทรัมป์ได้รับแรงบันดาลใจมีผลกระทบต่อตลาดไม่ใช่แค่ลดภาษี ”

แม้จะมีท่าทางในแง่ดีของชิลเลอร์ แต่เขาก็ไม่ได้เตือนทุกอย่างในภาวะเศรษฐกิจ อัตราส่วน Shiller PE ของเขาหรือที่เรียกว่า CAPE ติดตามอัตราต่อราคาต่อกำไรโดยอิงจากกำไรที่ปรับอัตราเงินเฟ้อโดยเฉลี่ยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เขาเตือนว่ายังอยู่ในระดับที่เกี่ยวข้อง

“ ฉันไม่ได้บอกว่าฉันเป็นคนรั้น เพราะฉันมีอัตราส่วน CAPE ที่เป็นหมี ” นายชิลเลอร์ผู้ทำนายใน “ ประเทศการค้า” เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมามีโอกาส 50% ที่เศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะถดถอยภายใน 18 ปี เดือน

กระนั้นเขายังยึดติดกับความคิดที่ว่าเศรษฐกิจและตลาดควรมีทางวิ่งมากมายเพื่อผลประโยชน์หากประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงอยู่ในตำแหน่งเนื่องจากการใช้จ่ายด้านอาชีพการเล่าเรื่องธุรกิจมือโปร

ชิลเลอร์เชื่อว่าการถดถอยครั้งต่อไปอาจไม่กระทบอีกสามปี และอาจไม่รุนแรงนัก

“ อย่าทำผิดพลาดโดยสมมติว่ามันอยู่ตรงหัวมุม” ชิลเลอร์กล่าว “ หากเศรษฐกิจมีความแข็งแกร่งซึ่งเป็นสิ่งที่เขาสร้างขึ้นมาเป็นอย่างนั้น “ ทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง " เขามีโอกาสที่จะได้รับการเลือกตั้งใหม่ ”

หมายเหตุ : 1โปรดติดตามการ Long และ Short Set 50 Index Futures  ตามการปั่นและทุบหุ้นของทรัมป์ได้ใน longtunbysak.blogspot.com และ Group Facebook

ที่  https://www.facebook.com/groups/2088093934817836/ 

                2) ที่มาจาก ( www.cnbc.com ) ตามรายละเอียดเนื้อข่าวจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนี้ คือ :

Robert Shiller: Recession likely years away due to bullish Trump effect :

PUBLISHED SUN, OCT 20 20195:00 PM EDT

According to the Yale University professor, President Donald Trump is creating an environment that’s conducive to strong consumer spending, and it’s a major force that should hold off a recession. “Consumers are hanging in there. You might wonder why that would be at this time so late into the cycle. This is the longest expansion ever. Now, you can say the expansion was partly [President Barack] Obama,” he told CNBC’s “Trading Nation” on Friday. “But lingering on this long needs an explanation.” Shiller, a behavioral finance expert who’s out with the new book “Narrative Economics,” believes Americans are still opening their wallets wide based on what President Trump exemplifies: Consumption. “I think that [strong spending] has to do with the inspiration for many people provided by our motivational speaker president who models luxurious living,” said Shiller.

Shiller emphasizes there’s still uncertainty and risk surrounding Wall Street.

Before the markets can take-off, Shiller stresses President Trump needs to get past the impeachment inquiry. He sees this as the biggest threat to his optimistic forecast.

‘The Trump era’

“If he survives that, he might contribute for some time in boosting the market,” said Shiller. “We’re maybe in the Trump era, and I think that Donald Trump by inspiration had an effect on the market — not just tax cutting.”

Despite Shiller’s optimistic stance, he cautions not everything is rosy in the economy. His Shiller PE Ratio, also known as CAPE, tracks the price-to-earnings ratio based on average inflation-adjusted earnings over the last 10 years. He cautions it’s still at a concerning level.

“I’m not saying that I’m so bullish because I have a CAPE ratio that is bearish,” said Shiller, who predicted on “Trading Nation” last March there was a 50% chance the economy would tip into a recession within 18 months.

Yet, he’s sticking with the idea that the economy and markets should have a lot of runway left for gains if President Trump remains in office due to his pro-spending, pro-business narrative.

Shiller contends the next recession may not hit for another three years, and it could be mild.

“Let’s not make the mistake of assuming it’s right around the corner,” Shiller said. “If the economy is strong, which is what he built is case on, ‘make America great again,’ he has a good chance of getting re-elected.”

ศักดิ์ 7 months ago on Fri 6 Dec, 2019 10:01 / 7 months ago

ศักดิ์ 7 months ago on Fri 6 Dec, 2019 10:03 / 7 months ago

จิมโรเจอร์ ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับการลงทุน " แบบมุ่งเน้น " ดังนี้ คือ :

ถ้าคุณต้องการทําเงินได้มากๆ จงอย่ากระจายการลงทุน โบรกเกอร์สนับสนุนแนวความคิดที่ว่าทุกคนควรกระจายการลงทุน แต่ด้วยสาเหตุหลักคือพวกเขาต้องการปกป้องตัวเอง ถ้าคุณซื้อหุ้นที่ต่างกันสิบตัว สิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นคือหุ้นบางตัวจะไปได้ดี คุณจะไม่หมดตัว แต่คุณก็ทําเงินได้ไม่มากเช่นกัน แม้ว่าคุณจะลงทุนได้ดี แม้ว่าจะมีหุ้นเจ็ดตัวที่ขึ้น และมีแค่สามตัวที่ลง มันก็ดีแต่มันก็ไม่ทําให้คุณรวยขึ้นมาได้ ทางเดียวที่คุณจะรวยก็คือค้นให้พบว่าหุ้นตัวไหนดี เน้นไปที่ตัวนั้น และลงทรัพยากรทั้งหมดของคุณไปที่นั่น แต่คุณต้องดูให้แน่ใจว่าคุณเลือกถูก เพราะมันเป็นทางที่ทําให้คุณหมดตัวเร็วที่สุดเช่นกัน นี่เป็นสาเหตุที่โบรกเกอร์บอกให้กระจายการลงทุน พวกเขาไม่ต้องการให้คุณเจ๊งแล้วไปฟ้องพวกเขา

ถ้าคุณต้องการรวย คุณจงหาสิ่งที่ไช่สักสองสามอย่างแล้วลงทุนในนั้น " ถ้าคุณซื้อโภคภัณฑ์ในปี ค.ศ 1970 แล้วถือมันอยู่สิบปี พอถึงปี ค.ศ 1980 คุณขายโภคภัณฑ์ของคุณแล้วซื้อหุ้นญี่ปุ่น จากนั้นในปี ค.ศ 1990 คุณขายหุ้นญี่ปุ่นของคุณแล้วซื้อหุ้นเทคโนโลยีในสหรัฐอเมริกา แล้วขายมันออกไปในปี ค.ศ 2000 " คุณจะรวยไม่รู้เรื่องเลยตอนนี้ แต่ถ้าคุณกระจายการลงทุนในปี ค.ศ 1970 และซื้อหุ้นแบบเฉลี่ย คุณจะไม่ได้เงินเลยเมื่อสามสิบปีผ่านไป ไช่ คุณสามารถกระจายการลงทุนและคุณจะปลอดภัย แต่คุณจะไม่มีทางรวย สําหรับนักลงทุนที่ต้องการทําเงินให้ได้มากๆ คุณต้องอยู่ในสิ่งที่คุณรู้ อย่าเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา และลงทุนแบบเน้นๆ นานๆ ครั้ง แน่นอนว่าข้อเสียของวิธีนี้คือถ้าคุณไม่ฉลาดอย่างที่คุณคิดคุณก็จะหมดตัว หมดไม่เหลือ ก็อย่างที่ผมบอกไว้ก่อนแล้วว่า อย่าเชื่อผม จงอยู่ในสิ่งที่คุณรู้

หมายเหตุ : ที่มาจาก Street Smarts โดย Jim Rogers

ศักดิ์ 7 months ago on Fri 6 Dec, 2019 10:04 / 7 months ago แก้ไขล่าสุด: Fri 6 Dec, 2019 10:05 / 7 months ago

และท้ายที่สุดนี้ ผู้โพสต์ขอเรียนให้ท่านนักลงทุนที่สนใจทุกท่านได้รับทราบว่า ผู้โพสต์ไม่ได้มีวัตถุประสงค์หรือเจตนาที่จะชักชวน ชี้นํา หรือชี้เป้าให้ท่านนักลงทุนที่เข้ามาดู เข้ามาอ่าน และเข้ามา View มาลงทุนตามแนวทางที่ผู้โพสต์ได้นําเสนอไป และจะนําเสนอต่อไปในอนาคต และจะไม่รับประกันผลตอบแทน ตลอดจนจะไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้นในกรณีที่มีการนําข้อมูล หรือความเห็นส่วนตัวของผู้โพสต์ไปใช้แล้วเกิดความเสียหายขึ้น ผู้โพสต์หวังแต่เพียงว่าข้อมูล และความคิดเห็นส่วนตัวดังกล่าวข้างต้นของผู้โพสต์ อาจจะเป็นประโยชน์ต่อท่านนักลงทุนที่เข้ามาดู และเข้ามา View บ้างไม่มากก็น้อย ทั้งในปัจจุบัน และอนาคต