ข่าว Hot วันพุธ

Wed 5 May, 2021 08:48 / 1 week ago

ลุ้น SET เดือนพ.ค.ทะลุ 1,600 จุด-คาดไม่เกิด Sell In May

 

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ภาพรวมหุ้นไทยในเดือน พ.ค.64 เชื่อว่าจะแตกต่างจากปีก่อนๆ ซึ่งส่วนใหญ่สถิติจะเป็น Sell In May แต่ในปีนี้ มองว่า จะเป็น Sideway to Sideway Up หรือ แกว่งตัวขึ้น เนื่องจากในช่วงเดือนเม.ย.64 มีการปรับฐานใหญ่ 1 ครั้ง หรือ 1,530 จุด จาก 1,600 จุด โดยมีการปรับหน้าหุ้น รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของนักลงทุน ซึ่งจะเห็นการปรับฐานแรงตั้งแต่เดือนเม.ย. ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยที่น่าจะเป็นแรงหนุนตลาด จากภาพของผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้น โดยตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันมีแนวโน้มลดลง รวมถึงจากมาตรการของภาครัฐได้ยกระดับความเข้มงวดขึ้น และหากตัวเลขในต้นสัปดาห์แรกของเดือนพ.ค.ดีขึ้น อาจเป็นปัจจัยช่วยหนุนตลาด

ขณะที่ตลาดต่างประเทศ โดยภาพเศรษฐกิจเร่งตัวขึ้น ซึ่งมองว่ากลุ่ม Global Play จะหนุนตลาดเพิ่มเติม และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ ที่มองว่ายังต้องใช้มาตรการทางการคลังอัดฉีดเข้าสู่ระบบเพิ่มเติม

อ่านต่อที่นี้ : http://www.efinancethai.com/hotnews/hotnewsmain.aspx?name=NjFDbU1qTmJFNG9COXBlUlRHSU14QT09&release=y&log=0&v=2018&security=

สำนักข่าวอินโฟเควสท์


20 comments
looking 1 week ago on Wed 5 May, 2021 08:49 / 1 week ago
ซื้อเป็น ก็ขายเป็น

ภาวะตลาดหุ้นไทยปิดลบ 7.33 จุด ขายลดความเสี่ยงก่อนหยุดยาว/สัปดาห์นี้มีโอกาสอ่อนลง

 

นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล. ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้พักตัวหลังจากขึ้นไปแรงในช่วง 2 วันที่ผ่านมา และตลาดบ้านเราปิดทำการ 4 วันติดต่อกัน ทำให้เกิดแรงขายทำกำไรเพื่อลดความเสี่ยง เนื่องจากยังไม่รู้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในประเทศจะเป็นอย่างไรบ้างในช่วงวันหยุด

ส่วนตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียวันนี้เคลื่อนไหวแดนลบเป็นส่วนใหญ่ คาดว่าเม็ดเงินจะไหลออกจากเอเชียหลังจากที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐฯออกมาดี และในอนาคตเมื่อเศรษฐกิจฟื้นก็มีโอกาสที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และเงินดอลลาร์สหรัฐฯมีโอกาสแข็งค่า ส่งผลให้เงินทุนไหลออก นอกจากนี้ยังได้รับแรงกดดันจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือน เม.ย.อยู่ที่ 51.1 ลดลงจาก 51.9 ในเดือน มี.ค.ส่วนดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือนเม.ย.อยู่ที่ 54.9 ลดลง 1.4% จาก 56.3 ในเดือนมี.ค.

อ่านต่อที่นี้ : https://www.ryt9.com/s/iq05/3219495

สำนักข่าวอินโฟเควสท์

looking 1 week ago on Wed 5 May, 2021 08:49 / 1 week ago
ซื้อเป็น ก็ขายเป็น

หุ้นไทยไม่หวั่น Sell In May

 

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซียพลัส มองว่า ในเดือน พ.ค. นี้ คาดว่าแรงขายต่างชาติมีโอกาสลดน้อยลง ซึ่งจะแตกต่างจากจากปกติ สะท้อนจากข้อมูลสถิติย้อนหลัง 10 ปี พบว่า ต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยในเดือน พ.ค. เฉลี่ยสูงถึง 1.38 หมื่นล้านบาท และเป็นเดือนที่ถูกขายสุทธิมากที่สุดเป็นอันดับที่ 2 จากทั้งหมด 12 เดือน รวมถึงยังกดดันตลาดหุ้นผันผวน หรือ ที่เรียกว่าเหตุการณ์ Sell in May

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ มองว่าอาจเห็นแรงซื้อจากสภาพคล่องส่วนเกิน รวมถึงต่างชาติสลับเข้ามาพยุงดัชนีในบางจังหวะจาก 3 ปัจจัย คือ 1.สภาพคล่องส่วเกินที่ล้นระบบ และยังเห็นโมเมนตัม ของการ Search for Yield ของนักลงทุนเข้ามาในตลาดหุ้นมากขึ้น 2.ค่าเงินดอลลาร์ที่มีแนวโน้มอ่อนค่าลง นักลงทุนมีโอกาสได้ FX Gain จากการลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียรวมถึงไทยมากขึ้น 3.กระแสการขึ้นภาษีนิติบุคคลสหรัฐ ตามนโยบายของนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐ น่าจะหนุนให้เงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้นเอเชีย รวมถึงไทยมากขึ้น

"แม้ระยะสั้นนักลงทุนจะลดความเสี่ยงพักอยู่ในสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ถ้าตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลง บวกกับยังมีสภาพคล่องส่วนเกินที่ล้นระบบ และมีปัจจัยสนับสนุนให้ Fund Flow มีโอกาสไหนเข้าตลาดหุ้นไทยในระยะต่อไป ดังนั้นการที่ Set Index ย่อตัวลงมาน่าจะเป็นโอกาสในการสะสม"

นอกจากนี้ ยังมองว่า ภาพรวมกำไรของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาสแรกที่เติบโตโดดเด่น ทำให้แรงกดดัน Sell In May ลดลงหรือน้อยกว่าทุกปี เนื่องจากผลประกอบการที่ดีหรือไม่น่าผิดหวังเหมือนกับในอดีต ทำให้เกิดการลงทุนเพิ่มมากกว่าขายทำกำไร เพื่อลดความเสี่ยง รวมถึงปีนี้การเก็งกำไรเพื่อคาดหวังรับเนปันผลงวดผผลประกอบการปี 64 น้อยกว่าปีอื่นๆด้วย

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

looking 1 week ago on Wed 5 May, 2021 08:50 / 1 week ago
ซื้อเป็น ก็ขายเป็น

ASPS ปรับเพิ่มเป้ากำไร 14 บจ. นำโดย SCGP-SCC-PTTEP

 

ASPS ประกาศปรับเป้ากำไรต่อหุ้น 14 บจ. ท่ามกลางแรงกดดันจากการแพร่ระบาดโควิดระลอก 3 ยก SCGP-SCC-PTTEP แกร่งสุด NER-TVO- AS ลุ้นงบไตรมาส 1/64 แจ่ม

  ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)เอเซียพลัส (ASPS) เผยผ่านบทวิเคราะห์ว่า แม้ภาพรวมเศรษฐกิจยังถูกกดดันจากการแพร่ระบาดระลอก 3 ของโควิด-19 แต่คาดว่าจะไม่สร้าง Downside ต่อกำไรบริษัทจดทะเบียนมากนัก เนื่องจากกำไรส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มพลังงาน และ ธนาคารพาณิชย์ มากกว่า 50 % อีกทั้ง Bloomberg Consensus ปรับ EPS64F ของ SET Index ขึ้นกว่า 7% (ytd) ล่าสุดอยู่ที่ 80.20 บาท/หุ้น

  โดยฝ่ายวิจัยฯได้ทยอยปรับประมาณการขึ้นเช่นกัน โดยตั้งแต่ต้นเดือน มี.ค.-ปัจจุบัน ที่ปรับประมาณการขึ้น 14 บริษัท ดังนี้

อ่านต่อที่นี้ : http://www.efinancethai.com/LastestNews/LatestNewsMain.aspx?ref=A&id=cmkxQWw3QVliVEk9&security=PTTGC

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

looking 1 week ago on Wed 5 May, 2021 08:53 / 1 week ago
ซื้อเป็น ก็ขายเป็น

ภาวะตลาดอนุพันธ์: พักฐานขายลดเสี่ยงก่อนหยุดยาว-ข้อมูลศก.จีนกดดัน,จับตา กนง.-ผู้ติดเชื้อโควิด

 

นายวรุต รุ่งขำ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน ฟิวเจอร์ส กล่าวว่า การซื้อขาย SET50 Index Futures วันนี้ S50M21 มีสัญญาณการพักฐาน หรือปรับตัวลง หลังช่วงที่ผ่านมาปรับตัวขึ้นไปค่อนข้างแรง ส่วนหนึ่งมาจากตลาด TFEX จะปิดทำการในช่วงวันหยุดยาวต่อเนื่อง 4 วัน ทำให้นักลงทุนขายทำกำไรเพื่อลดความเสี่ยง หรือปรับพอร์ตก่อน รวมถึงนักลงทุนยังมี ความกังวลว่าตลาดหุ้นจะเกิดภาวะ Sell in May จากสถิติหลายปีที่ผ่านมาที่จะมีแรงขายทำกำไรสลับลงมาในตลาดหุ้นบ้านเรา

ทั้งนี้ ยังมีปัจจัยกดดันจากการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจของจีนที่มีสัญญาณชะลอตัวลง รวมถึงจีน มีการประกาศมาตรการคุมเข้ม บริษัทกลุ่มเทคโนโลยี ในรูปแบบเดียวกันบริษัท แอนท์ กรุ๊ป ในเครืออาลีบาบา ทำให้ดัชนีมีการปรับตัวลงตามทิศทางของตลาดหุ้นในภูมิภาค เอเชีย

ส่วนราคาทองคำวันนี้ หลังจากพยายามทดสอบ 1,800 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ หลายครั้ง แต่ก็ยังไม่สามารถผ่านได้ ประกอบกับ การเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐฯ มีสัญญาณแข็งแกร่ง และฟื้นตัวขึ้นชัดเจน ทำให้มีแรงขายสลับกลับลงมา แต่มองว่าการปรับฐานของ ราคาทองคำอาจเป็นไปอย่างจำกัด เนื่องด้วยมีแรงซื้อเข้ามาหนุน อีกทั้งแรงขายของกองทุนทองคำขนาดใหญ่ เช่น SPDR เริ่มชะลอลง และสัปดาห์หน้าน่าจะมีปริมาณการซื้อขายเบาบางลง จากจีนปิดทำการในวันที่ 3-5 พ.ค.64 เนื่องในวันแรงงาน รวมถึงญี่ปุ่นด้วย

อ่านต่อที่นี้ : https://www.ryt9.com/s/iq42/3219513

สำนักข่าวอินโฟเควสท์

looking 1 week ago on Wed 5 May, 2021 08:53 / 1 week ago
ซื้อเป็น ก็ขายเป็น

ตลาดหุ้นไทย P/E 40.97 เท่า , P/BV 1.79 เท่า

หุ้นไทย ปิด 1,583.13 จุด ลดลง -7.33 จุด หรือ ร้อยละ 0.46 ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 85,480.11 ล้านบาท

ดัชนีจากต้นปีบวก 7.58% ขณะที่มูลค่าตลาดหุ้น (Market Cap.) อยู่ที่ 17.99 ล้านล้านบาท

ทั้งนี้ P/E ล่าสุดของตลาดอยู่ที่ 40.97 เท่า , P/BV อยู่ที่ 1.79 เท่า

looking 1 week ago on Wed 5 May, 2021 08:53 / 1 week ago
ซื้อเป็น ก็ขายเป็น



looking 1 week ago on Wed 5 May, 2021 08:53 / 1 week ago
ซื้อเป็น ก็ขายเป็น



looking 1 week ago on Wed 5 May, 2021 08:53 / 1 week ago
ซื้อเป็น ก็ขายเป็น

looking 1 week ago on Wed 5 May, 2021 08:54 / 1 week ago
ซื้อเป็น ก็ขายเป็น
looking 1 week ago on Wed 5 May, 2021 08:54 / 1 week ago
ซื้อเป็น ก็ขายเป็น
looking 1 week ago on Wed 5 May, 2021 08:55 / 1 week ago
ซื้อเป็น ก็ขายเป็น

สรุปตลาดหุ้นรอบโลก
เมื่อวานนี้ (04/05/2021)



Cr.https://th.investing.com/indices/major-indices

looking 1 week ago on Wed 5 May, 2021 08:55 / 1 week ago
ซื้อเป็น ก็ขายเป็น
looking 1 week ago on Wed 5 May, 2021 08:57 / 1 week ago
ซื้อเป็น ก็ขายเป็น

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์กดาวโจนส์ปิดบวกเล็กน้อย-Nasdaq ร่วงหนัก จากแรงขายหุ้นเทคโนฯ

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเพียงเล็กน้อยเมื่อคืนนี้ (4 พ.ค.) ขณะที่ดัชนี Nasdaq ดิ่งลงกว่า 1.8% เนื่องนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีซึ่งมีความอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย หลังจากนางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐกล่าวแสดงความเห็นว่า อัตราดอกเบี้ยอาจจำเป็นต้องปรับเพิ่มขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจสหรัฐร้อนแรงเกินไป ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ รวมถึงตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนเม.ย.

 

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,133.03 จุด เพิ่มขึ้น 19.80 จุด หรือ +0.06% ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 4,164.66 จุด ลดลง 28.00 จุด หรือ -0.67% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,633.50 จุด ลดลง 261.62 จุด หรือ -1.88%

หุ้น 6 ใน 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนี S&P500 ปรับตัวลง นำโดยดัชนีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลง 1.89% โดยหุ้นแอปเปิล ดิ่งลง 3.54% หุ้นเฟซบุ๊ก ร่วงลง 1.31% หุ้นไมโครซอฟท์ ลดลง 1.62% หุ้นอัลฟาเบท ปรับตัวลง 1.55% หุ้นแอมะซอน ร่วงลง 2.2%

อ่านต่อที่นี้ : https://www.ryt9.com/s/iq18/3219731

Credit รูป : http://stockcharts.com

อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดยรัตนา พงศ์ทวิช

looking 1 week ago on Wed 5 May, 2021 09:01 / 1 week ago
ซื้อเป็น ก็ขายเป็น

JWD ดีดทำนิวไฮรอบ 3 ปี.. ราคานี้สะท้อนอะไร?

JWD ดีดทำนิวไฮรอบ 3 ปี คาดรับปัจจัยหนุนงบ Q1/64 โตแกร่ง ขณะที่โบรกฯมองกำไรปีนี้จ่อทำนิวไฮรอบ 4 ปี – มีอัพไซด์ หลังเตรียมบุ๊คกำไรเพิ่ม 30 ลบ. จากการควบรวม VNS เดินหน้าขยายธุรกิจด้วยการ M&A ต่อเนื่อง แต่การเข้าลงทุนในช่วงนี้ยังมีความน่าสนใจอยู่หรือไม่? ต้องติดตาม!

*** ดีดนิวไฮรอบ 3 ปี รับงบ Q1/64 จ่อโตแกร่ง

ราคาหุ้น บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JWD ช่วงเช้าวันนี้ (30 เม.ย.64) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 11.40 บาท ทำนิวไฮรอบ 3 ปี ก่อนปิดซื้อขายช่วงเช้าด้วยราคา 11.30 บาท เพิ่มขึ้น 0.7 บาท หรือ 6.6% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 194.48% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

โดย บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเชีย พลัส ระบุถึงสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น JWD ช่วงเช้าวันนี้ ปรับตัวขึ้นทำนิวไฮในรอบ 3 ปี เนื่องจาก กำลังได้รับปัจจัยหนุน จากการประกาศงบการเงินไตรมาส 1/64 ที่คาดว่าจะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยคาด JWD จะมีกำไรสุทธิในช่วงดังกล่าว จำนวน 107 ล้านบาท เติบโตขึ้น 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

อ่านต่อที่นี้ : http://www.efinancethai.com/HotStocks/HotStockMain.aspx?release=y&id=TS9GWUZYWk93Z0E9

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

looking 1 week ago on Wed 5 May, 2021 09:02 / 1 week ago
ซื้อเป็น ก็ขายเป็น

ADVANC เผย Q1/64 มีกำไร 6.6 พันลบ. ลดลง1.7% เหตุบันทึกค่าเสื่อมสูงขึ้น

ADVANC เผยไตรมาส 1/64 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 6,644 ลบ. ลดลง 1.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เหตุบันทึกค่าเสื่อมราคา-ค่าตัดจำหน่ายใบอนุญาติคลื่นความถี่ที่สูงขึ้น พร้อมคงเป้ารายได้ปีนี้โตเลขตัวเดียวในระดับต่ำ

  บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ไตรมาส 1/64 บริษัทมีกำไรสุทธิ 6,643.88 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 1.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 6,756.19 ล้านบาท สาเหตุที่กำไรลดลงเป็นผลจากค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายที่สูงขึ้นจากการเข้ารับใบอนุญาตคลื่นความถี่เพิ่มเติมและการลงทุนโครงข่าย

สำหรับไตรมาสแรกปีนี้ บริษัท มีรายได้รวม 45,861 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากยอดขายเครื่องโทรศัพท์ที่สูงขึ้นชดเชยกับรายได้จากการให้บริการหลักที่ลดลงจากผลของโควิด-19

   ส่วนรายได้จากการให้บริการหลัก (ไม่รวมค่าเชื่อมโยงโครงข่ายและรายได้จากการเป็นพันธมิตรกับทีโอที) อยู่ที่ 32,425 ล้านบาท ลดลง 2% เทียบกับปีก่อนจากรายได้ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ซึ่งลดลง แต่เพิ่มขึ้น 1% เทียบกับไตรมาสก่อนจากการฟื้นตัวของรายได้ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และการเติบโตสูงของธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้าน

อ่านต่อที่นี้ : http://www.efinancethai.com/LastestNews/LatestNewsMain.aspx?ref=A&id=cE5QaFV4eG1qckU9&security=ADVANC

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

looking 1 week ago on Wed 5 May, 2021 09:02 / 1 week ago
ซื้อเป็น ก็ขายเป็น

ZMICO เปลี่ยนชื่อเป็น `เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล` ชื่อย่อหุ้น XPG

บริษัท ซีมิโก้ แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ ZMICO แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า บริษัทได้ดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อเป็น “บริษัท เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล จำกัด (มหาชน)” โดยได้ดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อและตราประทับของบริษัทฯ แก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิ และแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของบริษัทฯ ต่อนายทะเบียนกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะดาเนินการเปลี่ยนแปลงชื่อย่อหลักทรัพย์เป็น “XPG” และชื่อย่อใบสาคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ ครั้งที่ 4 เป็น “XPG-W4”

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

looking 1 week ago on Wed 5 May, 2021 09:02 / 1 week ago
ซื้อเป็น ก็ขายเป็น

ศูนย์วิจัยกสิกรฯ คาดประชุม กนง. 5 พ.ค.นี้ คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.5%

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 5 พ.ค. นี้ กนง. จะพิจารณาคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.50% เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจท่ามกลางความไม่แน่นอนสูง

  สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ยังคงรุนแรง โดยจำนวนผู้ติดเชื้อยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมากกว่าพันคนต่อวัน ในขณะที่ระบบสาธารณสุขไทยมีขีดจำกัดในการรองรับผู้ติดเชื้อ นอกจากนี้ ประสิทธิภาพและการแจกจ่ายวัคซีนโควิด-19 ยังคงมีความไม่แน่นอน และอาจล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้สถานการณ์การแพร่ระบาดยังคงมีความเสี่ยงสูง

  ซึ่งจะส่งผลกระทบไปยังความเชื่อมั่นของผู้บริโภค รวมถึงความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งจะทำให้ความหวังของการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวให้ทยอยกลับมาเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอาจต้องล่าช้าออกไป ดังนั้น ความต่อเนื่องของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการประสานนโยบายทางการเงินและทางการคลังจึงมีความสำคัญต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจท่ามกลางความเสี่ยงเชิงลบที่ยังมีอยู่สูง

อ่านต่อที่นี้ : http://www.efinancethai.com/LastestNews/LatestNewsMain.aspx?ref=A&id=WU9BZmhib212azA9&security=KBANK

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

looking 1 week ago on Wed 5 May, 2021 09:03 / 1 week ago
ซื้อเป็น ก็ขายเป็น

ภาวะตลาดน้ำมันน้ำมัน WTI ปิดบวก $1.20 รับข่าวยุโรป-สหรัฐคลายล็อกดาวน์

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (4 พ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากข่าวสหรัฐและยุโรปผ่อนคลายมาตรการเข้มงวดในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าความต้องการใช้น้ำมันจะฟื้นตัวขึ้น ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์ซึ่งสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) มีกำหนดเปิดเผยในวันนี้

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 1.20 ดอลลาร์ หรือ 1.9% ปิดที่ 65.69 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 1.32 ดอลลาร์ หรือ 2% ปิดที่ 68.88 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.2564

สัญญาน้ำมันดิบดีดตัวขึ้นหลังจากคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) วางแผนที่จะผ่อนคลายข้อจำกัดเกี่ยวกับการควบคุมโรคโควิด-19 เพื่อส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว ขณะเดียวกันคณะกรรมาธิการยุโรปแนะนำให้ทำการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติจากประเทศต่างๆ จำนวนมากขึ้นเข้าสู่ยูโรโซน ซึ่งคาดว่าจะช่วยหนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในฤดูร้อนนี้

อ่านต่อที่นี้ : https://www.ryt9.com/s/iq35/3219733

อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดยรัตนา พงศ์ทวิช

looking 1 week ago on Wed 5 May, 2021 09:04 / 1 week ago
ซื้อเป็น ก็ขายเป็น

ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดร่วง $15.8 เหตุดอลล์แข็งกดดันตลาด

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (4 พ.ค.) โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังจากนางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐกล่าวแสดงความเห็นว่า อัตราดอกเบี้ยอาจจำเป็นต้องปรับเพิ่มขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจสหรัฐร้อนแรงเกินไป

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ร่วงลง 15.8 ดอลลาร์ หรือ 0.88% ปิดที่ 1,776 ดอลลาร์/ออนซ์



สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 40.2 เซนต์ หรือ 1.49% ปิดที่ 26.558 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 1.7 ดอลลาร์ หรือ 0.14% ปิดที่ 1,231.8 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 3.80 ดอลลาร์ หรือ 0.1% ปิดที่ 2,977,60 a ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาทองคำได้รับปัจจัยลบจากแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ เนื่องจากทำให้สัญญาทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐนั้น มีราคาแพงขึ้นและมีความน่าดึงดูดน้อยลงสำหรับนักลงทุนที่ถือเงินสกุลอื่น

อ่านต่อที่นี้ : https://www.ryt9.com/s/iq31/3219735

อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดยรัตนา พงศ์ทวิช