กรณีศึกษา นักบาส NBA ที่ "เฉียดรวย" จากหุ้น !!


แนวคิดด้านการลงทุน

โดย stock2morrow
10 สิงหาคม 2561    |    539,258 Views

คนในวงการกีฬาก็เหมือนกับกับคนในวงการตลาดหุ้น มีทั้งคนที่ประสบความสำเร็จ และคนที่ไม่ประสบความสำเร็จ ในตลาดหุ้นคนจำนวนมากต้องสะสมประสบการณ์ ลงทุนทางด้านความคิดให้มากพอเพื่อให้อยู่กับตลาดหุ้นที่ผันผวน แต่สำหรับนักกีฬาแล้วการลงทุนทางด้านร่างกายเพื่อให้อยู่ในอาชีพได้นานคือสิ่งสำคัญที่สุด นักกีฬาบางคนถูกซื้อตัวให้เข้ามาเล่นในลีคอาชีพกันตั้งแต่ 19 ปี เล่นไปจนถึง 30 ปี นักกีฬาเหล่านั้นก็จะถูกพิจารณาว่าสมควรให้เป็นนักกีฬาต่อหรือควรรีไทย์ไปเป็นคนเบื้องหลัง เป็นโค้ชหรือไม่ ดังนั้นช่วงเวลาแค่ 10 ปี เป็นช่วงกอบโกยของนักกีฬา

แต่นักกีฬาเหล่านั้นก็มีโอกาสที่มากกว่า กล่าวคือ เมื่อพวกเขามีชื่อเสียงจะมีบริษัทจำนวนมากเสนอ "ค่าตอบแทน" เพื่อจูงใจให้นักกีฬาเหล่านั้นเข้ามาเป็นพรีเซ็นเตอร์อุปกรณ์กีฬาให้บริษัทนั้นๆ บางบริษัทอาจจะเสนอเงิน หรือบางบริษัทที่ยังเล็กอยู่ก็อาจจะเสนอ "หุ้น" ให้นักกีฬาเหล่านั้นเหมือนกับกรณีของนักบาส NBA อย่าง Spencer Haywood ที่ "เกือบ" รวยจากหุ้น Nike เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ถือเป็นกรณีที่น่าศึกษามากครับ 


Spencer Haywood ในวัยหนุ่ม
ที่มาภาพ : theshadowleague.com

สเปนเซอร์ นักบาสระดับ "ตำนาน" ของ NBA ปัจจุบันอายุ 66 ปี เขาเคยคว้าแชมป์ NBA และติดทีมรวมดาราถึง 4 ครั้ง เรียกได้ว่าเป็นซุปเปอร์สตาร์ในสมัยนั้นก็ไม่ผิดนั้น เขาได้รับเชิญไปออกรายการ Detroit news เขาได้เปิดเผยถึงช่วงชีวิตของการเป็นนักกีฬา ช่วงเวลาที่เขาต้องพึ่งสารเสพติดเพื่อให้ร่างกายฟิตอยู่ตลอดเวลาและโดนจับจนถึงถูกแบนออกจาก NBA เพราะผิดกฏที่ห้ามนักกีฬาใช้สารเสพติด แต่เขาบอกว่าสิ่งที่เขาเสียใจมากที่สุดไม่ใช่เรื่องของการติดยา แต่เป็นเพราะเรื่องราวของไนกี้ต่างหาก เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ... ?

ในปี 1970 ซึ่งเป็นช่วงที่เขาอายุ 21 ปี และยืนอยู่ในจุดสูงสุดของนักกีฬาอาชีพ มีทั้งความสดทางด้านร่างกายและจิตใจ เขาได้รับข้อเสนอจากบริษัทขนาดเล็ก Blue Ribbon Sports (ต่อมาเปลี่ยนชื่อมาเป็น "ไนกี้" ทีหลัง) ในตอนแรกสเปนเซอร์ได้ตอบปฏิเสธไป แต่เจ้าของบริษัทอย่างฟิว ไนท์ หนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัทได้ขอเข้าพบและตื้อสเปนเซอร์อยู่นานมากให้ช่วยโปรโมทสินค้าของ Nike โดยมีทางเลือกให้ 2 ทาง คือ

1. เงินสด 1 แสนเหรียญ 
2. หุ้นในบริษัท 10%

เขาได้เก็บข้อเสนอนี้ไปคุยกับผู้จัดการส่วนตัว ซึ่งทางผู้จัดการส่วนตัวได้แนะนำว่า "เอาเงินดีกว่า จะเอาหุ้นไปทำไม" คาดว่าผู้จัดการส่วนตัวก็คงจะหวังเรื่องค่าคอมมิชชั่น สเปนเซอร์ก็ตอบรับฟิว ไนท์ ว่าเขาเลือกรับเงินสด ไม่เอาหุ้น ดีลในครั้งนั้นถือว่าฮือฮามากที่ซุปเปอร์สตาร์อย่างสเปนเซอร์จะเป็นพรีเซ็นเตอร์อย่างเป็นทางการให้กับรองเท้าไนกี้ .....

แต่สิ่งที่คาดไม่ถึง คือ เมื่อเวลาผ่านไปถึง 40 ปี บริษัทเล็กๆอย่าง Blue Ribbon Sports จะเปลี่ยนชื่อมาเป็น Nike และเทรดกันในตลาดหลักทรัพย์ ปัจจุบันหุ้น Nike มีมูลค่าตลาดสูงถึง 86.2 พันล้านเหรียญ ซึ่งนั้นหมายความว่า ความร่ำรวยเพียง 10% คือ 8.6 พันล้านเหรียญจะอยู่ในมือของสเปนเซอร์ ตีเป็นเงินไทยก็อยู่ที่ประมาณ 285,000 ล้านบาท

เขา "เฉียดรวย" ไปอย่างน่าเสียดาย .....

ถึงแม้เหตุการณ์นี้จะเป็นเรื่องย้อนหลัง แต่ก็ถือเป็นกรณีศึกษาสำหรับนักลงทุนที่น่าสนใจมาก อ่านแล้วเราได้อะไรจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ครับ

ขอบคุณแหล่งข้อมูล
https://en.wikipedia.org/wiki/Spencer_Haywood

https://www.foxsports.com/nba/story/nike-spencer-haywood-turned-down-10-percent-stake-in-company-020416

https://www.news.com.au/sport/sports-life/spencer-haywoods-86-billion-mistake/news-story/2584b360a6d43afed2d552693e60a408

เฟชบุคแฟนเพจ NBA Time

  Shared

stock2morrow

ศูนย์รวมความรู้เรื่องหุ้น ศูนย์รวมนักลงทุนรายย่อย ที่อยากรู้วิธีการลงทุนในหุ้นอย่างถูกต้องและได้กำไรอย่างยั่งยืน ติดตามเราได้ที่

www.stock2morrow.com 

FB: stock2morrow 

LINE@stock2morrow


ดูบทความทั้งหมด

!!! 10 ข้อคิดจากหนังสือ Momentum Masters !!!

stock2morrow

แนวคิดด้านการลงทุน

21 มีนาคม 2562
70,899 Views

ธนาคารกลางสหรัฐมีผลต่อประเทศไทยอย่างไร

Mark Yagalla

แนวคิดด้านการลงทุน

20 มีนาคม 2562
71,478 Views

Brexit จะส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยได้อย่างไร?

Mark Yagalla

แนวคิดด้านการลงทุน

18 มีนาคม 2562
73,111 Views